ส่งมอเตอร์ไซค์ไปต่างจังหวัด-1200x500.jpeg

ส่งมอเตอร์ไซค์ไปต่างจังหวัด วิธีไหนคุ้ม? เช็กราคาส่งไปรษณีย์และรถรับจ้าง

21/05/2026 1Motorcycle Transportขนส่งรถมอเตอร์ไซค์

ย้ายบ้าน ย้ายหอพัก เลือก “ส่งมอเตอร์ไซค์” วิธีไหนดี? เปรียบเทียบชัด ๆ เลือกที่ใช่สำหรับคุณ

มอเตอร์ไซค์ไม่ได้เป็นเพียงแค่ยานพาหนะ แต่มันคือเพื่อนร่วมทางที่พาเราลุยไปทุกที่ ไม่ว่าจะขี่ไปทำงาน ไปเรียน หรือท่องเที่ยว แต่เมื่อถึงจุดเปลี่ยนของชีวิต เช่น การย้ายบ้านใหม่ การเปลี่ยนสถานที่ทำงาน หรือสำหรับน้อง ๆ นักศึกษาที่ต้องย้ายหอพักตามช่วงเปิด-ปิดเทอม สิ่งหนึ่งที่เป็นปัญหาชวนปวดหัวและสร้างความกังวลใจให้ไม่น้อยก็คือ “เราจะพาพาหนะคู่ใจคันนี้เดินทางไปยังจุดหมายใหม่ได้อย่างไร?”

หลายคนอาจจะคิดถึงการขี่ไปเอง แต่ถ้าจุดหมายปลายทางอยู่ห่างออกไปหลายร้อยกิโลเมตร หรือต้องข้ามจังหวัดไกล ๆ การขี่มอเตอร์ไซค์ระยะไกลไม่เพียงแต่จะทำให้ร่างกายเหนื่อยล้าอย่างรุนแรง แต่ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน เสี่ยงต่อสภาพอากาศที่ไม่เป็นใจ และทำให้เครื่องยนต์สึกหรอโดยไม่จำเป็น ดังนั้น การเลือกใช้บริการ ส่งมอเตอร์ไซค์ไปต่างจังหวัด จึงกลายเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ สะดวกสบาย และปลอดภัยที่สุดในยุคปัจจุบัน

ทว่า ในตลาดปัจจุบันมีผู้ให้บริการขนส่งรถจักรยานยนต์อยู่มากมายหลายรูปแบบ คำถามสำคัญที่ตามมาคือ “แล้วเราควรเลือกใช้วิธีไหน ถึงจะคุ้มค่าและปลอดภัยที่สุด?” ในบทความนี้เราจะพาคุณไปเจาะลึก 2 ทางเลือกยอดนิยม พร้อมเปรียบเทียบข้อดี ข้อจำกัด และค่าใช้จ่าย เพื่อให้คุณเลือกบริการที่ใช่และคุ้มเงินในกระเป๋ามากที่สุดครับ


1. เน้นประหยัด มั่นใจในแบรนด์: ส่งผ่านไปรษณีย์ไทย (Logispost)

หากพูดถึงการขนส่งสิ่งของขนาดใหญ่ในประเทศไทย ชื่อของ “ไปรษณีย์ไทย” จะต้องเป็นชื่อแรก ๆ ที่ทุกคนนึกถึงอย่างแน่นอน โดยบริการที่ใช้สำหรับการขนส่งรถจักรยานยนต์คือ บริการ Logispost (โลจิสโพสต์) ซึ่งเป็นบริการขนส่งสินค้าขนาดใหญ่และสิ่งของที่มีน้ำหนักมากโดยเฉพาะ จึงไม่แปลกใจเลยที่ผู้คนจำนวนมากมักจะพิมพ์ค้นหาใน Google ด้วยคำว่า ส่งมอเตอร์ไซค์ ไปรษณีย์ ราคา เท่าไหร่ เพื่อใช้เป็นฐานในการเปรียบเทียบราคา

โครงสร้างราคาและเกณฑ์การแบ่งค่าบริการของไปรษณีย์ไทย

การคิดค่าบริการส่งรถมอเตอร์ไซค์ของไปรษณีย์ไทยจะถูกแบ่งออกตาม ขนาดเครื่องยนต์ (cc) และ ระยะทาง (แบ่งตามโซนจังหวัด) โดยทั่วไปสามารถแบ่งกลุ่มรถได้ดังนี้:

  1. รถจักรยานยนต์ขนาดเล็ก (เครื่องยนต์ไม่เกิน 125 cc): เช่น Honda Wave, Yamaha Fino, Scoopy i ราคาเริ่มต้นจะอยู่ราว ๆ 1,200 – 2,500 บาท (ขึ้นอยู่กับระยะทางปลายทาง)

  2. รถจักรยานยนต์ขนาดกลาง (เครื่องยนต์ 126 – 150 cc): เช่น Honda PCX, Yamaha NMAX ราคาเริ่มต้นจะอยู่ราว ๆ 1,500 – 3,000 บาท

  3. รถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ / บิ๊กไบค์ (เครื่องยนต์เกิน 150 cc ขึ้นไป หรือรถตระกูล Bigbike): ราคาจะเริ่มต้นที่ประมาณ 3,000 บาทไปจนถึงหลักหลายพันบาทตามขนาดและน้ำหนักของตัวรถ

ข้อดีของการส่งมอเตอร์ไซค์กับไปรษณีย์ไทย

  • ครอบคลุมทั่วประเทศ: ด้วยเครือข่ายที่แข็งแกร่งของไปรษณีย์ไทย ทำให้คุณสามารถส่งรถไปยังอำเภอหรือจังหวัดที่ห่างไกลได้แทบทุกพื้นที่

  • ราคามีมาตรฐานชัดเจน: ค่าบริการเป็นไปตามตารางเมตรและโซนที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝงหรือการโก่งราคา

  • ความน่าเชื่อถือสูง: ในฐานะหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่มีชื่อเสียงมานาน ทำให้ผู้ใช้บริการรู้สึกอุ่นใจในระดับหนึ่งว่ารถจะไม่สูญหายระหว่างทาง

ข้อจำกัดที่ต้องพิจารณา

  • ไม่ใช่บริการแบบ Door-to-Door: นี่คือข้อจำกัดที่สำคัญที่สุด เพราะคุณจะต้องทำการ “ขี่รถไปส่งเอง” ที่ทำการไปรษณีย์สาขาที่รองรับบริการ Logispost และเมื่อรถไปถึงปลายทางแล้ว ตัวคุณหรือผู้รับก็ต้อง “เดินทางไปรับรถเอง” ที่ไปรษณีย์ปลายทางเช่นกัน ซึ่งอาจไม่สะดวกสำหรับผู้ที่ไม่มีเวลาหรือไม่มีคนช่วยยกรถ

  • ต้องจัดการเรื่องการหุ้มห่อ (Packing) เอง: แม้ว่าไปรษณีย์ไทยจะมีบริการห่อแพ็คพลาสติกกันกระแทก (Bubble wrap) ให้ที่สาขาโดยมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม (ประมาณ 200-300 บาท) แต่ในบางสาขาคุณอาจต้องเตรียมอุปกรณ์มาห่อหุ้มส่วนที่เปราะบาง เช่น กระจกมองข้าง หรือไฟเลี้ยว เองเพื่อความปลอดภัย

  • ระยะเวลาการจัดส่ง: โดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 5 – 7 วันทำการ ซึ่งอาจจะไม่ทันใจสำหรับผู้ที่ต้องการใช้งานรถอย่างเร่งด่วน


2. เน้นความสะดวกสบาย ไม่ต้องเหนื่อย: บริการรถรับจ้างเอกชน

สำหรับคนยุคใหม่ที่มีวิถีชีวิตที่เร่งรีบ หรือผู้ที่ให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายและความปลอดภัยของตัวรถเป็นอันดับแรก การเลือกใช้บริการ รถรับจ้างส่งมอเตอร์ไซค์ จากบริษัทขนส่งเอกชน ถือเป็นตัวเลือกที่กำลังได้รับความนิยมอย่างก้าวกระโดด

บริการประเภทนี้มักจะมาในรูปแบบของรถกระบะตู้ทึบ, รถกระบะคอกที่มีสายรัดแน่นหนา หรือแม้กระทั่ง “รถสไลด์” สำหรับรถที่มีมูลค่าสูง ซึ่งจุดขายหลักที่ทำให้บริการนี้แตกต่างอย่างสิ้นเชิงคือบริการแบบ Door-to-Door Service หรือการบริการรับ-ส่งถึงหน้าบ้านนั่นเอง

รูปแบบการให้บริการของรถรับจ้างเอกชน

  1. แบบฝากส่ง (Shared Truck): เป็นการนำรถมอเตอร์ไซค์ของคุณไปรวมกับสินค้าหรือรถคันอื่น ๆ ที่มีเส้นทางไปในทิศทางเดียวกัน วิธีนี้จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก คล้ายกับการแชร์ค่ารถ

  2. แบบเหมาคัน (Chartered Truck): เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการส่งรถหลายคัน ย้ายบ้านพร้อมเฟอร์นิเจอร์ หรือต้องการความรวดเร็วเป็นพิเศษ รถคันนั้นจะมุ่งหน้าไปส่งรถของคุณเพียงอย่างเดียวโดยไม่แวะพักที่ไหน

ข้อดีของการเลือกใช้บริการรถรับจ้างเอกชน

  • สะดวกสบายขั้นสุด (Door-to-Door): คุณไม่ต้องสตาร์ทรถขี่ออกจากบ้านเลยด้วยซ้ำ เพียงแค่นัดวันและเวลา พนักงานจะขับรถมารับมอเตอร์ไซค์ถึงหน้าบ้าน และนำไปส่งตรงถึงหน้าบ้านพักหลังใหม่ของคุณปลายทาง

  • การดูแลระดับมืออาชีพ: บริษัทรถรับจ้างที่เชี่ยวชาญจะมีอุปกรณ์เฉพาะทาง เช่น ลิฟต์ท้ายกระบะ (Tail Gate) สำหรับยกแต่งรถขึ้น-ลงได้อย่างนุ่มนวล, สายรัดสเตย์ (Ratchet Tie Down) คุณภาพสูงสำหรับยึดล้อและตัวถังไม่ให้ล้มหรือกระแทกกันระหว่างทาง

  • ความรวดเร็ว: เนื่องจากการขนส่งของเอกชนไม่ต้องผ่านระบบคลังสินค้าขนาดใหญ่หลายต่อเหมือนไปรษณีย์ ทำให้ระยะเวลาจัดส่งสั้นกว่ามาก ส่วนใหญ่จะใช้เวลาเพียง 1 – 3 วันเท่านั้น (ขึ้นอยู่กับระยะทาง)

  • มีประกันภัยสินค้าที่ครอบคลุมมากกว่า: บริษัทเอกชนชั้นนำมักจะมีประกันภัยความเสียหายวงเงินสูงรวมมาให้ในค่าบริการแล้ว หรือสามารถซื้อวงเงินคุ้มครองเพิ่มได้ง่าย เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการส่งรถบิ๊กไบค์ (Bigbike) หรือรถแต่งราคาสูง

ข้อจำกัดที่ต้องพิจารณา

  • ค่าบริการที่สูงกว่า: เมื่อแลกกับความสะดวกสบายและความรวดเร็ว ค่าบริการของรถรับจ้างเอกชนมักจะสูงกว่าการส่งผ่านไปรษณีย์ไทยเล็กน้อยถึงปานกลาง

  • ต้องเลือกผู้ให้บริการที่น่าเชื่อถือ: เนื่องจากมีรถรับจ้างอิสระมากมายในท้องตลาด หากเลือกผู้ให้บริการที่ไม่มีการจดทะเบียนบริษัทชัดเจน หรือไม่มีความเป็นมืออาชีพ อาจเสี่ยงต่อการที่รถเกิดรอยขีดข่วนจากการผูกยึดที่ไม่แน่นหนา หรือแย่ที่สุดคือการโจรกรรม


สรุปข้อเปรียบเทียบ: เลือกแบบไหนที่ใช่สำหรับคุณ?

เพื่อช่วยให้คุณเห็นภาพรวมและตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เราได้ทำการสรุปเปรียบเทียบหัวข้อสำคัญ ๆ ออกเป็นตารางดังนี้ครับ:

หัวข้อข้อเปรียบเทียบ ส่งผ่านไปรษณีย์ไทย (Logispost) บริการรถรับจ้างเอกชน
รูปแบบการรับ-ส่ง ผู้ส่งต้องนำรถไปส่งเอง และผู้รับต้องไปรับเองที่สาขา มารับถึงหน้าบ้าน และส่งถึงหน้าบ้านปลายทาง (Door-to-Door)
ความเร็วในการจัดส่ง ประมาณ 5 – 7 วันทำการ ประมาณ 1 – 3 วัน (รวดเร็วกว่า)
การแพ็คป้องกันรถ มีบริการเสริมที่สาขา หรือต้องเตรียมการเอง มีพนักงานมืออาชีพพร้อมอุปกรณ์รัดตรึงรถให้พร้อม
ระดับราคา ประหยัดกว่า มีเรทชัดเจนตามซีซีรถ ราคาสูงกว่า แลกกับความสะดวกและบริการเฉพาะทาง
ความเหมาะสมกับประเภทรถ รถบ้านทั่วไป, รถใช้งานทั่วไปขนาดเล็ก-กลาง รถทุกประเภท โดยเฉพาะ Bigbike, รถหรู, รถแต่ง หรือรถที่ต้องการดูแลเป็นพิเศษ

ข้อแนะนำและสเต็ปการเตรียมรถก่อนทำการส่งมอเตอร์ไซค์

ไม่ว่าคุณจะเลือกใช้บริการ ส่งมอเตอร์ไซค์ไปต่างจังหวัด ด้วยวิธีของไปรษณีย์ไทยหรือรถรับจ้างเอกชน สิ่งสำคัญที่คุณละเลยไม่ได้เลยคือ “การเตรียมความพร้อมของรถและเอกสาร” เพื่อป้องกันปัญหาทางกฎหมายและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น โดยมีเช็กลิสต์ที่ต้องทำดังนี้:

1. เตรียมเอกสารให้พร้อม

การขนส่งยานพาหนะข้ามจังหวัด ขนส่งจำเป็นต้องตรวจสอบความถูกต้องเพื่อป้องกันการขนย้ายรถที่ผิดกฎหมาย เอกสารที่ต้องใช้หลัก ๆ ได้แก่:

  • สำเนาเล่มทะเบียนรถจักรยานยนต์ (หน้าที่มีชื่อเจ้าของรถคนปัจจุบันและรายละเอียดรถ)

  • สำเนาบัตรประชาชนของเจ้าของรถ

  • สำเนาบัตรประชาชนของผู้ดำเนินการส่ง (ในกรณีที่เจ้าของรถไม่ได้มาส่งเอง)

2. จัดการกับน้ำมันเชื้อเพลิงและแบตเตอรี่

  • ลดปริมาณน้ำมัน: ควรเหลือน้ำมันไว้ในถังให้น้อยที่สุด (แค่พอขี่ไปสตาร์ทเทสได้) หรือทำการดูดน้ำมันออกให้หมด เพื่อความปลอดภัยตามกฎการขนส่งและป้องกันการรั่วไหลอันจะก่อให้เกิดอัคคีภัย

  • ระบบไฟ: ปิดสวิตช์กุญแจให้เรียบร้อย ในกรณีที่ส่งทางไกลมาก ๆ หรือใช้เวลานาน การถอดขั้วแบตเตอรี่ออกจะช่วยป้องกันแบตเตอรี่เสื่อมหรือหมดประจุได้

3. ถอดอุปกรณ์ตกแต่งที่แตกหักง่ายออก

  • อุปกรณ์ประเภทกระจกมองข้าง, ที่จับโทรศัพท์มือถือ, หรือกล่องอเนกประสงค์ท้ายรถ (Top Box) ควรจะถอดออกแล้วห่อแยกต่างหาก เพราะอุปกรณ์เหล่านี้เป็นจุดที่ยื่นออกมาและเสี่ยงต่อการชนกระแทกจนหักชำรุดได้ง่ายที่สุด

4. ถ่ายรูปและวิดีโอรอบคันเก็บไว้เป็นหลักฐาน

  • ก่อนที่พนักงานจะนำรถขึ้นรถขนส่ง ให้คุณใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพและวิดีโอตัวรถโดยรอบอย่างละเอียด ทุกซอกทุกมุม โดยเฉพาะจุดที่มีรอยอยู่แล้ว เพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันในกรณีที่เกิดรอยขีดข่วนหรือความเสียหายใหม่ระหว่างการขนส่ง


บทสรุป

การเลือกวิธีส่งมอเตอร์ไซค์ไม่มีคำตอบที่ตายตัวว่าวิธีไหนดีที่สุด แต่มันขึ้นอยู่กับ “งบประมาณ ความสะดวก และประเภทรถของคุณ” หากคุณมีงบประมาณจำกัด มีเวลาว่างพอที่จะขับรถไปส่งและไปรับเองที่สาขา และรถของคุณเป็นรถบ้านทั่วไป การพิมพ์ค้นหา ส่งมอเตอร์ไซค์ ไปรษณีย์ ราคา แล้วเดินเข้าเซกเตอร์ Logispost ของไปรษณีย์ไทยคือคำตอบที่คุ้มค่าเงินที่สุด

แต่ในทางกลับกัน หากคุณต้องการความสะดวกสบายขั้นสุด ไม่อยากเสียเวลาเดินทาง หรือรถของคุณเป็นรถบิ๊กไบค์คันโปรดที่มีราคาสูง การเลือกใช้บริการ รถรับจ้างส่งมอเตอร์ไซค์ ของบริษัทเอกชนที่มีความเชี่ยวชาญ มีบริการยกถึงหน้าบ้าน พร้อมประกันภัยที่ครอบคลุม จะช่วยเปลี่ยนเรื่องที่เคยยุ่งยากให้กลายเป็นเรื่องง่าย สะดวก และคุ้มค่ากับเวลาที่ประหยัดไปได้อย่างแน่นอนครับ


Recent Comments