ส่งมอเตอร์ไซค์ไปต่างจังหวัด-1200x500.jpeg

ย้ายบ้าน ย้ายหอพัก เลือก “ส่งมอเตอร์ไซค์” วิธีไหนดี? เปรียบเทียบชัด ๆ เลือกที่ใช่สำหรับคุณ

มอเตอร์ไซค์ไม่ได้เป็นเพียงแค่ยานพาหนะ แต่มันคือเพื่อนร่วมทางที่พาเราลุยไปทุกที่ ไม่ว่าจะขี่ไปทำงาน ไปเรียน หรือท่องเที่ยว แต่เมื่อถึงจุดเปลี่ยนของชีวิต เช่น การย้ายบ้านใหม่ การเปลี่ยนสถานที่ทำงาน หรือสำหรับน้อง ๆ นักศึกษาที่ต้องย้ายหอพักตามช่วงเปิด-ปิดเทอม สิ่งหนึ่งที่เป็นปัญหาชวนปวดหัวและสร้างความกังวลใจให้ไม่น้อยก็คือ “เราจะพาพาหนะคู่ใจคันนี้เดินทางไปยังจุดหมายใหม่ได้อย่างไร?”

หลายคนอาจจะคิดถึงการขี่ไปเอง แต่ถ้าจุดหมายปลายทางอยู่ห่างออกไปหลายร้อยกิโลเมตร หรือต้องข้ามจังหวัดไกล ๆ การขี่มอเตอร์ไซค์ระยะไกลไม่เพียงแต่จะทำให้ร่างกายเหนื่อยล้าอย่างรุนแรง แต่ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน เสี่ยงต่อสภาพอากาศที่ไม่เป็นใจ และทำให้เครื่องยนต์สึกหรอโดยไม่จำเป็น ดังนั้น การเลือกใช้บริการ ส่งมอเตอร์ไซค์ไปต่างจังหวัด จึงกลายเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ สะดวกสบาย และปลอดภัยที่สุดในยุคปัจจุบัน

ทว่า ในตลาดปัจจุบันมีผู้ให้บริการขนส่งรถจักรยานยนต์อยู่มากมายหลายรูปแบบ คำถามสำคัญที่ตามมาคือ “แล้วเราควรเลือกใช้วิธีไหน ถึงจะคุ้มค่าและปลอดภัยที่สุด?” ในบทความนี้เราจะพาคุณไปเจาะลึก 2 ทางเลือกยอดนิยม พร้อมเปรียบเทียบข้อดี ข้อจำกัด และค่าใช้จ่าย เพื่อให้คุณเลือกบริการที่ใช่และคุ้มเงินในกระเป๋ามากที่สุดครับ


1. เน้นประหยัด มั่นใจในแบรนด์: ส่งผ่านไปรษณีย์ไทย (Logispost)

หากพูดถึงการขนส่งสิ่งของขนาดใหญ่ในประเทศไทย ชื่อของ “ไปรษณีย์ไทย” จะต้องเป็นชื่อแรก ๆ ที่ทุกคนนึกถึงอย่างแน่นอน โดยบริการที่ใช้สำหรับการขนส่งรถจักรยานยนต์คือ บริการ Logispost (โลจิสโพสต์) ซึ่งเป็นบริการขนส่งสินค้าขนาดใหญ่และสิ่งของที่มีน้ำหนักมากโดยเฉพาะ จึงไม่แปลกใจเลยที่ผู้คนจำนวนมากมักจะพิมพ์ค้นหาใน Google ด้วยคำว่า ส่งมอเตอร์ไซค์ ไปรษณีย์ ราคา เท่าไหร่ เพื่อใช้เป็นฐานในการเปรียบเทียบราคา

โครงสร้างราคาและเกณฑ์การแบ่งค่าบริการของไปรษณีย์ไทย

การคิดค่าบริการส่งรถมอเตอร์ไซค์ของไปรษณีย์ไทยจะถูกแบ่งออกตาม ขนาดเครื่องยนต์ (cc) และ ระยะทาง (แบ่งตามโซนจังหวัด) โดยทั่วไปสามารถแบ่งกลุ่มรถได้ดังนี้:

  1. รถจักรยานยนต์ขนาดเล็ก (เครื่องยนต์ไม่เกิน 125 cc): เช่น Honda Wave, Yamaha Fino, Scoopy i ราคาเริ่มต้นจะอยู่ราว ๆ 1,200 – 2,500 บาท (ขึ้นอยู่กับระยะทางปลายทาง)

  2. รถจักรยานยนต์ขนาดกลาง (เครื่องยนต์ 126 – 150 cc): เช่น Honda PCX, Yamaha NMAX ราคาเริ่มต้นจะอยู่ราว ๆ 1,500 – 3,000 บาท

  3. รถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ / บิ๊กไบค์ (เครื่องยนต์เกิน 150 cc ขึ้นไป หรือรถตระกูล Bigbike): ราคาจะเริ่มต้นที่ประมาณ 3,000 บาทไปจนถึงหลักหลายพันบาทตามขนาดและน้ำหนักของตัวรถ

ข้อดีของการส่งมอเตอร์ไซค์กับไปรษณีย์ไทย

  • ครอบคลุมทั่วประเทศ: ด้วยเครือข่ายที่แข็งแกร่งของไปรษณีย์ไทย ทำให้คุณสามารถส่งรถไปยังอำเภอหรือจังหวัดที่ห่างไกลได้แทบทุกพื้นที่

  • ราคามีมาตรฐานชัดเจน: ค่าบริการเป็นไปตามตารางเมตรและโซนที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝงหรือการโก่งราคา

  • ความน่าเชื่อถือสูง: ในฐานะหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่มีชื่อเสียงมานาน ทำให้ผู้ใช้บริการรู้สึกอุ่นใจในระดับหนึ่งว่ารถจะไม่สูญหายระหว่างทาง

ข้อจำกัดที่ต้องพิจารณา

  • ไม่ใช่บริการแบบ Door-to-Door: นี่คือข้อจำกัดที่สำคัญที่สุด เพราะคุณจะต้องทำการ “ขี่รถไปส่งเอง” ที่ทำการไปรษณีย์สาขาที่รองรับบริการ Logispost และเมื่อรถไปถึงปลายทางแล้ว ตัวคุณหรือผู้รับก็ต้อง “เดินทางไปรับรถเอง” ที่ไปรษณีย์ปลายทางเช่นกัน ซึ่งอาจไม่สะดวกสำหรับผู้ที่ไม่มีเวลาหรือไม่มีคนช่วยยกรถ

  • ต้องจัดการเรื่องการหุ้มห่อ (Packing) เอง: แม้ว่าไปรษณีย์ไทยจะมีบริการห่อแพ็คพลาสติกกันกระแทก (Bubble wrap) ให้ที่สาขาโดยมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม (ประมาณ 200-300 บาท) แต่ในบางสาขาคุณอาจต้องเตรียมอุปกรณ์มาห่อหุ้มส่วนที่เปราะบาง เช่น กระจกมองข้าง หรือไฟเลี้ยว เองเพื่อความปลอดภัย

  • ระยะเวลาการจัดส่ง: โดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 5 – 7 วันทำการ ซึ่งอาจจะไม่ทันใจสำหรับผู้ที่ต้องการใช้งานรถอย่างเร่งด่วน


2. เน้นความสะดวกสบาย ไม่ต้องเหนื่อย: บริการรถรับจ้างเอกชน

สำหรับคนยุคใหม่ที่มีวิถีชีวิตที่เร่งรีบ หรือผู้ที่ให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายและความปลอดภัยของตัวรถเป็นอันดับแรก การเลือกใช้บริการ รถรับจ้างส่งมอเตอร์ไซค์ จากบริษัทขนส่งเอกชน ถือเป็นตัวเลือกที่กำลังได้รับความนิยมอย่างก้าวกระโดด

บริการประเภทนี้มักจะมาในรูปแบบของรถกระบะตู้ทึบ, รถกระบะคอกที่มีสายรัดแน่นหนา หรือแม้กระทั่ง “รถสไลด์” สำหรับรถที่มีมูลค่าสูง ซึ่งจุดขายหลักที่ทำให้บริการนี้แตกต่างอย่างสิ้นเชิงคือบริการแบบ Door-to-Door Service หรือการบริการรับ-ส่งถึงหน้าบ้านนั่นเอง

รูปแบบการให้บริการของรถรับจ้างเอกชน

  1. แบบฝากส่ง (Shared Truck): เป็นการนำรถมอเตอร์ไซค์ของคุณไปรวมกับสินค้าหรือรถคันอื่น ๆ ที่มีเส้นทางไปในทิศทางเดียวกัน วิธีนี้จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก คล้ายกับการแชร์ค่ารถ

  2. แบบเหมาคัน (Chartered Truck): เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการส่งรถหลายคัน ย้ายบ้านพร้อมเฟอร์นิเจอร์ หรือต้องการความรวดเร็วเป็นพิเศษ รถคันนั้นจะมุ่งหน้าไปส่งรถของคุณเพียงอย่างเดียวโดยไม่แวะพักที่ไหน

ข้อดีของการเลือกใช้บริการรถรับจ้างเอกชน

  • สะดวกสบายขั้นสุด (Door-to-Door): คุณไม่ต้องสตาร์ทรถขี่ออกจากบ้านเลยด้วยซ้ำ เพียงแค่นัดวันและเวลา พนักงานจะขับรถมารับมอเตอร์ไซค์ถึงหน้าบ้าน และนำไปส่งตรงถึงหน้าบ้านพักหลังใหม่ของคุณปลายทาง

  • การดูแลระดับมืออาชีพ: บริษัทรถรับจ้างที่เชี่ยวชาญจะมีอุปกรณ์เฉพาะทาง เช่น ลิฟต์ท้ายกระบะ (Tail Gate) สำหรับยกแต่งรถขึ้น-ลงได้อย่างนุ่มนวล, สายรัดสเตย์ (Ratchet Tie Down) คุณภาพสูงสำหรับยึดล้อและตัวถังไม่ให้ล้มหรือกระแทกกันระหว่างทาง

  • ความรวดเร็ว: เนื่องจากการขนส่งของเอกชนไม่ต้องผ่านระบบคลังสินค้าขนาดใหญ่หลายต่อเหมือนไปรษณีย์ ทำให้ระยะเวลาจัดส่งสั้นกว่ามาก ส่วนใหญ่จะใช้เวลาเพียง 1 – 3 วันเท่านั้น (ขึ้นอยู่กับระยะทาง)

  • มีประกันภัยสินค้าที่ครอบคลุมมากกว่า: บริษัทเอกชนชั้นนำมักจะมีประกันภัยความเสียหายวงเงินสูงรวมมาให้ในค่าบริการแล้ว หรือสามารถซื้อวงเงินคุ้มครองเพิ่มได้ง่าย เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการส่งรถบิ๊กไบค์ (Bigbike) หรือรถแต่งราคาสูง

ข้อจำกัดที่ต้องพิจารณา

  • ค่าบริการที่สูงกว่า: เมื่อแลกกับความสะดวกสบายและความรวดเร็ว ค่าบริการของรถรับจ้างเอกชนมักจะสูงกว่าการส่งผ่านไปรษณีย์ไทยเล็กน้อยถึงปานกลาง

  • ต้องเลือกผู้ให้บริการที่น่าเชื่อถือ: เนื่องจากมีรถรับจ้างอิสระมากมายในท้องตลาด หากเลือกผู้ให้บริการที่ไม่มีการจดทะเบียนบริษัทชัดเจน หรือไม่มีความเป็นมืออาชีพ อาจเสี่ยงต่อการที่รถเกิดรอยขีดข่วนจากการผูกยึดที่ไม่แน่นหนา หรือแย่ที่สุดคือการโจรกรรม


สรุปข้อเปรียบเทียบ: เลือกแบบไหนที่ใช่สำหรับคุณ?

เพื่อช่วยให้คุณเห็นภาพรวมและตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เราได้ทำการสรุปเปรียบเทียบหัวข้อสำคัญ ๆ ออกเป็นตารางดังนี้ครับ:

หัวข้อข้อเปรียบเทียบ ส่งผ่านไปรษณีย์ไทย (Logispost) บริการรถรับจ้างเอกชน
รูปแบบการรับ-ส่ง ผู้ส่งต้องนำรถไปส่งเอง และผู้รับต้องไปรับเองที่สาขา มารับถึงหน้าบ้าน และส่งถึงหน้าบ้านปลายทาง (Door-to-Door)
ความเร็วในการจัดส่ง ประมาณ 5 – 7 วันทำการ ประมาณ 1 – 3 วัน (รวดเร็วกว่า)
การแพ็คป้องกันรถ มีบริการเสริมที่สาขา หรือต้องเตรียมการเอง มีพนักงานมืออาชีพพร้อมอุปกรณ์รัดตรึงรถให้พร้อม
ระดับราคา ประหยัดกว่า มีเรทชัดเจนตามซีซีรถ ราคาสูงกว่า แลกกับความสะดวกและบริการเฉพาะทาง
ความเหมาะสมกับประเภทรถ รถบ้านทั่วไป, รถใช้งานทั่วไปขนาดเล็ก-กลาง รถทุกประเภท โดยเฉพาะ Bigbike, รถหรู, รถแต่ง หรือรถที่ต้องการดูแลเป็นพิเศษ

ข้อแนะนำและสเต็ปการเตรียมรถก่อนทำการส่งมอเตอร์ไซค์

ไม่ว่าคุณจะเลือกใช้บริการ ส่งมอเตอร์ไซค์ไปต่างจังหวัด ด้วยวิธีของไปรษณีย์ไทยหรือรถรับจ้างเอกชน สิ่งสำคัญที่คุณละเลยไม่ได้เลยคือ “การเตรียมความพร้อมของรถและเอกสาร” เพื่อป้องกันปัญหาทางกฎหมายและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น โดยมีเช็กลิสต์ที่ต้องทำดังนี้:

1. เตรียมเอกสารให้พร้อม

การขนส่งยานพาหนะข้ามจังหวัด ขนส่งจำเป็นต้องตรวจสอบความถูกต้องเพื่อป้องกันการขนย้ายรถที่ผิดกฎหมาย เอกสารที่ต้องใช้หลัก ๆ ได้แก่:

  • สำเนาเล่มทะเบียนรถจักรยานยนต์ (หน้าที่มีชื่อเจ้าของรถคนปัจจุบันและรายละเอียดรถ)

  • สำเนาบัตรประชาชนของเจ้าของรถ

  • สำเนาบัตรประชาชนของผู้ดำเนินการส่ง (ในกรณีที่เจ้าของรถไม่ได้มาส่งเอง)

2. จัดการกับน้ำมันเชื้อเพลิงและแบตเตอรี่

  • ลดปริมาณน้ำมัน: ควรเหลือน้ำมันไว้ในถังให้น้อยที่สุด (แค่พอขี่ไปสตาร์ทเทสได้) หรือทำการดูดน้ำมันออกให้หมด เพื่อความปลอดภัยตามกฎการขนส่งและป้องกันการรั่วไหลอันจะก่อให้เกิดอัคคีภัย

  • ระบบไฟ: ปิดสวิตช์กุญแจให้เรียบร้อย ในกรณีที่ส่งทางไกลมาก ๆ หรือใช้เวลานาน การถอดขั้วแบตเตอรี่ออกจะช่วยป้องกันแบตเตอรี่เสื่อมหรือหมดประจุได้

3. ถอดอุปกรณ์ตกแต่งที่แตกหักง่ายออก

  • อุปกรณ์ประเภทกระจกมองข้าง, ที่จับโทรศัพท์มือถือ, หรือกล่องอเนกประสงค์ท้ายรถ (Top Box) ควรจะถอดออกแล้วห่อแยกต่างหาก เพราะอุปกรณ์เหล่านี้เป็นจุดที่ยื่นออกมาและเสี่ยงต่อการชนกระแทกจนหักชำรุดได้ง่ายที่สุด

4. ถ่ายรูปและวิดีโอรอบคันเก็บไว้เป็นหลักฐาน

  • ก่อนที่พนักงานจะนำรถขึ้นรถขนส่ง ให้คุณใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพและวิดีโอตัวรถโดยรอบอย่างละเอียด ทุกซอกทุกมุม โดยเฉพาะจุดที่มีรอยอยู่แล้ว เพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันในกรณีที่เกิดรอยขีดข่วนหรือความเสียหายใหม่ระหว่างการขนส่ง


บทสรุป

การเลือกวิธีส่งมอเตอร์ไซค์ไม่มีคำตอบที่ตายตัวว่าวิธีไหนดีที่สุด แต่มันขึ้นอยู่กับ “งบประมาณ ความสะดวก และประเภทรถของคุณ” หากคุณมีงบประมาณจำกัด มีเวลาว่างพอที่จะขับรถไปส่งและไปรับเองที่สาขา และรถของคุณเป็นรถบ้านทั่วไป การพิมพ์ค้นหา ส่งมอเตอร์ไซค์ ไปรษณีย์ ราคา แล้วเดินเข้าเซกเตอร์ Logispost ของไปรษณีย์ไทยคือคำตอบที่คุ้มค่าเงินที่สุด

แต่ในทางกลับกัน หากคุณต้องการความสะดวกสบายขั้นสุด ไม่อยากเสียเวลาเดินทาง หรือรถของคุณเป็นรถบิ๊กไบค์คันโปรดที่มีราคาสูง การเลือกใช้บริการ รถรับจ้างส่งมอเตอร์ไซค์ ของบริษัทเอกชนที่มีความเชี่ยวชาญ มีบริการยกถึงหน้าบ้าน พร้อมประกันภัยที่ครอบคลุม จะช่วยเปลี่ยนเรื่องที่เคยยุ่งยากให้กลายเป็นเรื่องง่าย สะดวก และคุ้มค่ากับเวลาที่ประหยัดไปได้อย่างแน่นอนครับ


Motorcycle-Shipping-in-Phuket-1200x444.png

Motorcycle Shipping in Phuket – A Complete Guide for Locals and Expats

Motorcycle Shipping in Phuket ,If you are living in Phuket or planning to relocate within Thailand, one of the most common questions is how to ship your motorcycle safely and affordably. Whether you are a local or an expat, finding the right motorcycle shipping Phuket service can save you both time and money. This guide will explain everything about bike transport Phuket, the process, the cost, and the available options.


Why People Choose Motorcycle Shipping in Phuket

Phuket is one of the busiest provinces for both locals and foreign residents. Many people own scooters, motorcycles, or even big bikes. When moving to another province or sending your bike to Bangkok, Chiang Mai, or elsewhere, you need a motorcycle transport service that is reliable and cost-effective.

Common reasons include:

  • Relocating for work or study

  • Selling or buying a motorcycle across provinces

  • Long-term travel and needing your own bike at the destination

  • Expats who want to ship my bike in Thailand for convenience


Cost to Ship a Motorcycle in Thailand

One of the first questions people ask is about the cost to ship a motorcycle Thailand. The price depends on:

  • Distance (Phuket to Bangkok vs. Phuket to Chiang Mai)

  • Type of service (standard truck, express, or door-to-door)

  • Motorcycle size (scooter vs. big bike)

  • Packaging and insurance options

For example, the motorcycle transport cost Phuket to Bangkok can range from 1,500–3,500 THB depending on service type. Bigger bikes or urgent delivery will naturally cost more.


Motorcycle Shipping Options in Phuket

  1. Thai Post

    • Many people search “how to send a bike by Thai post.”

    • Thai Post accepts motorcycle shipping nationwide.

    • Cost-effective, but requires proper packing and dropping off at the post office.

  2. Private Truck Services

    • Known as “bike shipping by truck Thailand.”

    • Safer for larger bikes or if you want door-to-door service.

    • Trucks are equipped with ramps and straps for secure transport.

  3. Bus and Train Options

    • Some bus companies allow motorcycles in the cargo.

    • State Railway of Thailand also offers motorcycle shipping, especially popular for long routes.


How to Choose the Best Motorcycle Transport Service

When choosing a company for bike transport Phuket, consider:

  • Reliability and reputation

  • Insurance coverage

  • Estimated delivery time

  • Extra services (pick-up from home, delivery to door)

  • Transparent pricing

For expats, English-speaking staff and clear communication can make the process easier.


Final Thoughts

Whether you need quick motorcycle shipping Phuket, are comparing the cost to ship a motorcycle Thailand, or are looking for a professional motorcycle transport service, Phuket offers many options. From bike shipping by truck Thailand to sending via Thai Post, you can choose the method that best suits your budget and timeline.

With the right planning, you can ship your bike in Thailand safely, affordably, and with peace of mind.


Recent Comments