11/08/2026
Box-moving-1-scaled-e1786421255962-1200x988.jpg

กลยุทธ์ต่อรองราคารถรับจ้างขนของ ให้ได้ราคาคุ้มค่าและบริการที่เหมาะสม

การใช้บริการ รถรับจ้างขนของ เป็นทางเลือกที่สะดวกสำหรับผู้ที่ต้องการขนย้ายบ้าน ย้ายหอพัก ย้ายคอนโด ขนส่งเฟอร์นิเจอร์ ขนสินค้าหรือขนของชิ้นใหญ่ไปยังสถานที่ต่าง ๆ แต่สิ่งที่หลายคนสงสัยคือ จะต่อรองราคารถรับจ้างอย่างไรให้ได้ราคาที่เหมาะสม โดยไม่เสียคุณภาพการบริการ?

ความจริงแล้ว ราคาขนส่งไม่ได้ขึ้นอยู่กับระยะทางเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีปัจจัยอื่น เช่น ประเภทและจำนวนสิ่งของ ขนาดรถ จำนวนคนยกของ จุดรับ–ส่ง สภาพพื้นที่ เวลาให้บริการ รวมถึงอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้

ดังนั้น การต่อรองที่ดีที่สุดไม่ใช่การถามเพียงว่า “ลดได้ไหม?” แต่คือการทำความเข้าใจต้นทุนและขอให้ผู้ให้บริการปรับรูปแบบงานให้เหมาะสมกับงบประมาณ

บทความนี้รวบรวมกลยุทธ์ต่อรอง ราคารถรับจ้างขนของ ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง


1. แจ้งรายละเอียดของที่จะขนให้ครบก่อนขอราคา

สิ่งแรกที่ควรทำคือให้ข้อมูลกับผู้ให้บริการอย่างละเอียดที่สุด

ตัวอย่างข้อมูลที่ควรแจ้ง ได้แก่

  • จุดรับของ
  • จุดส่งของ
  • วันที่ต้องการใช้บริการ
  • จำนวนสิ่งของ
  • ประเภทสิ่งของ
  • ขนาดหรือจำนวนโดยประมาณ
  • มีของหนักหรือไม่
  • ต้องขึ้นลงบันไดหรือไม่
  • มีลิฟต์หรือไม่
  • ต้องการคนช่วยยกหรือไม่
  • ต้องการแพ็คของหรือไม่
  • ต้องถอด–ประกอบเฟอร์นิเจอร์หรือไม่
  • ต้องการรถประเภทใด

ยิ่งข้อมูลชัดเจน ผู้ให้บริการก็ยิ่งประเมินราคาได้แม่นยำ

การให้ข้อมูลไม่ครบแล้วค่อยแจ้งรายละเอียดเพิ่มเติมภายหลัง อาจทำให้ราคาที่เสนอครั้งแรกไม่ใช่ราคาสุดท้าย


2. อย่าต่อรองด้วยคำว่า “เจ้าอื่นถูกกว่า” อย่างเดียว

คำพูดที่พบได้บ่อยคือ

“เจ้าอื่นเสนอถูกกว่านี้”

แต่ถ้าไม่มีข้อมูลเพิ่มเติม ผู้ให้บริการอาจไม่สามารถเปรียบเทียบได้ว่าราคานั้นรวมบริการอะไรบ้าง

ตัวอย่างเช่น

บริษัท A เสนอราคา 1,500 บาท

บริษัท B เสนอราคา 2,000 บาท

เมื่อดูรายละเอียดจริงอาจพบว่า

  • A ไม่รวมคนยก
  • A ไม่รวมค่าขึ้นชั้น
  • A ใช้รถขนาดเล็กกว่า
  • A ไม่รวมอุปกรณ์ป้องกันสินค้า
  • B รวมคนยก
  • B รวมอุปกรณ์ป้องกัน
  • B ใช้รถที่เหมาะกับปริมาณของ

ดังนั้นราคาที่ถูกกว่าอาจไม่ได้หมายความว่าถูกกว่าเมื่อรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว

วิธีต่อรองที่ดีกว่า

ลองถามว่า

“ถ้าปรับเงื่อนไขบางอย่าง มีวิธีลดราคาได้ไหมครับ/คะ?”

คำถามลักษณะนี้เปิดโอกาสให้ผู้ให้บริการเสนอทางเลือกที่เหมาะสมมากกว่า


3. ขอราคาแบบแยกรายการ

หากงานมีหลายบริการ ควรขอให้ผู้ให้บริการแยกรายการค่าใช้จ่าย

เช่น

  • ค่ารถ
  • ค่าคนยก
  • ค่าแพ็คของ
  • ค่าถอดเฟอร์นิเจอร์
  • ค่าประกอบเฟอร์นิเจอร์
  • ค่าอุปกรณ์แพ็ค
  • ค่าขึ้น–ลงบันได
  • ค่าบริการเพิ่มเติมอื่น ๆ

การแยกราคาจะช่วยให้เห็นว่าอะไรคือค่าใช้จ่ายหลัก และสามารถปรับส่วนใดได้บ้าง


4. ลดต้นทุนด้วยการเตรียมของเอง

หนึ่งในวิธีลดค่าใช้จ่ายที่ทำได้ง่าย คือการเตรียมของก่อนรถมาถึง

ตัวอย่างเช่น

  • แพ็คเสื้อผ้าเอง
  • ใส่ของลงกล่องให้เรียบร้อย
  • แยกของที่ไม่ต้องขนออก
  • ถอดของชิ้นเล็กบางส่วนเอง
  • รวมของให้อยู่ในจุดเดียว
  • เตรียมพื้นที่จอดรถให้พร้อม

เมื่อทีมขนย้ายไม่ต้องเสียเวลาเตรียมงานมาก ค่าแรงและระยะเวลาการให้บริการก็อาจลดลงได้

อย่างไรก็ตาม งานที่เกี่ยวข้องกับเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่ เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือสิ่งของที่มีความเสี่ยง ควรพิจารณาให้ผู้มีประสบการณ์เป็นผู้ดำเนินการ


5. เลือกรถให้เหมาะกับปริมาณของ

การเลือกรถใหญ่เกินความจำเป็นอาจทำให้มีต้นทุนสูงขึ้น

ในทางกลับกัน หากเลือกรถเล็กเกินไป อาจต้องวิ่งหลายเที่ยว ทำให้ต้นทุนรวมสูงกว่าเดิม

ดังนั้นควรแจ้งรายการสิ่งของให้ผู้ให้บริการประเมินก่อนว่าเหมาะกับรถประเภทใด เช่น

รถที่เหมาะสมกับปริมาณของ ไม่จำเป็นต้องเป็นรถที่ใหญ่ที่สุด


6. เลือกวันและเวลาให้เหมาะสม

บางงานสามารถลดต้นทุนได้ด้วยการมีความยืดหยุ่นเรื่องวันและเวลา

หากไม่ได้จำเป็นต้องขนย้ายในช่วงเวลาที่กำหนดแบบตายตัว อาจลองสอบถามผู้ให้บริการว่า

“ถ้าเปลี่ยนเป็นวันหรือเวลาที่รถสะดวก ราคาสามารถปรับได้หรือไม่?”

วิธีนี้ช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถวางแผนเที่ยวรถได้ง่ายขึ้น

แต่ไม่ควรคาดหวังว่าทุกบริษัทจะมีส่วนลด เพราะแต่ละผู้ให้บริการมีต้นทุนและระบบจัดรถแตกต่างกัน


7. ต่อรองด้วยการรวมงานหลายรายการ

หากมีของหลายจุดหรือมีงานหลายประเภท อาจสอบถามว่าสามารถรวมงานเป็นเที่ยวเดียวได้หรือไม่

ตัวอย่างเช่น

  • รับของจากบ้าน
  • รับของจากสำนักงาน
  • ส่งไปยังปลายทางเดียวกัน

หรือ

  • ขนของ
  • แพ็คของ
  • ถอดเฟอร์นิเจอร์
  • ประกอบเฟอร์นิเจอร์

การรวมบริการบางประเภทอาจทำให้จัดการงานได้ง่ายขึ้น และอาจช่วยลดต้นทุนบางส่วนได้


8. อย่าต่อรองจนต่ำกว่าต้นทุนที่สมเหตุสมผล

ราคาที่ถูกมากผิดปกติควรตรวจสอบให้ละเอียด

เพราะต้นทุนของรถรับจ้างไม่ได้มีเพียงค่าน้ำมัน แต่ยังมี

  • ค่าแรงคนขับ
  • ค่าแรงคนยก
  • ค่าบำรุงรักษารถ
  • ค่าประกัน
  • ค่าทางด่วน
  • ค่าเดินทางกลับ
  • ค่าอุปกรณ์
  • ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน

หากราคาต่ำกว่าตลาดมาก ควรถามให้ชัดเจนว่า ราคานั้นรวมอะไรบ้าง

บางครั้งราคาที่ดูเหมือนถูกที่สุดในตอนแรก อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมภายหลัง


9. เปรียบเทียบ “ราคาสุทธิ” ไม่ใช่เฉพาะราคาหน้าป้าย

ก่อนตัดสินใจควรเปรียบเทียบอย่างน้อย 3 เรื่อง

ราคา

ราคาสุทธิที่ต้องจ่ายจริงเท่าไร

บริการ

รวมอะไรบ้าง เช่น คนยก แพ็คของ ถอดประกอบ หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ

ความน่าเชื่อถือ

ตรวจสอบข้อมูลผู้ให้บริการ เช่น

การเลือกผู้ให้บริการที่น่าเชื่อถืออาจมีความคุ้มค่ามากกว่าการเลือกจากราคาที่ถูกที่สุดเพียงอย่างเดียว


10. ขอใบเสนอราคาหรือยืนยันรายละเอียดเป็นลายลักษณ์อักษร

เมื่อได้ราคาที่ตกลงกันแล้ว ควรให้ผู้ให้บริการยืนยันรายละเอียด

ควรมีข้อมูลอย่างน้อย

  • วันที่ให้บริการ
  • จุดรับ
  • จุดส่ง
  • ประเภทรถ
  • จำนวนคน
  • รายละเอียดงาน
  • ราคาทั้งหมด
  • ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่อาจเกิดขึ้น
  • จำนวนเงินมัดจำ
  • เงื่อนไขการยกเลิก

การมีข้อมูลเป็นลายลักษณ์อักษรช่วยลดปัญหาความเข้าใจไม่ตรงกัน


เทคนิคต่อรองที่ใช้ได้จริง

แทนที่จะถามว่า

“ลดราคาได้ไหม?”

ลองใช้คำถามเหล่านี้

แบบที่ 1: ขอทางเลือก

“งบประมาณผมอยู่ประมาณนี้ มีวิธีปรับรูปแบบงานให้เหมาะกับงบไหมครับ?”

แบบที่ 2: ลดบริการบางส่วน

“ถ้าผมแพ็คของเอง สามารถปรับราคาได้ไหมครับ?”

แบบที่ 3: ยืดหยุ่นเรื่องเวลา

“ถ้าเลือกเวลาที่รถสะดวกที่สุด มีราคาพิเศษหรือปรับราคาได้ไหมครับ?”

แบบที่ 4: ขอราคาสุทธิ

“ราคานี้รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้วหรือยังครับ มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอะไรอีกไหม?”

คำถามเหล่านี้ช่วยให้การต่อรองเป็นการ ปรับต้นทุนอย่างมีเหตุผล มากกว่าการกดราคา


สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อต่อรองรถรับจ้าง

ไม่ควรปกปิดจำนวนสิ่งของ

หากแจ้งของน้อยกว่าความเป็นจริง เมื่อรถมาถึงอาจเกิดปัญหาเรื่องพื้นที่และจำนวนเที่ยว

ไม่ควรปกปิดของหนักหรือของพิเศษ

เช่น ตู้เซฟ เปียโน เครื่องจักร หรือสิ่งของขนาดใหญ่ เพราะอาจต้องใช้รถและอุปกรณ์เฉพาะ

ไม่ควรเลือกจากราคาต่ำสุดเพียงอย่างเดียว

ควรดูคุณภาพ ความปลอดภัย และความรับผิดชอบประกอบด้วย

ไม่ควรโอนเงินโดยไม่ตรวจสอบผู้ให้บริการ

ควรตรวจสอบชื่อบัญชี ชื่อบริษัท ช่องทางติดต่อ และรายละเอียดการจองก่อนชำระเงิน


ระวังกลโกงราคาถูกเกินจริง

ปัจจุบันผู้ใช้บริการควรระมัดระวังมิจฉาชีพที่แอบอ้างเป็นบริษัทขนส่งหรือรถรับจ้าง

รูปแบบที่พบได้ เช่น

  1. เสนอราคาถูกมากเพื่อให้ลูกค้าตัดสินใจเร็ว
  2. ขอเงินมัดจำ
  3. หลังจากโอนเงินแล้วติดต่อไม่ได้
  4. หรือเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหลายรายการ

ดังนั้นก่อนโอนเงินควรตรวจสอบตัวตนของผู้ให้บริการให้ชัดเจน

ราคาถูกไม่ควรเป็นเหตุผลเดียวในการตัดสินใจ


สูตรง่าย ๆ ในการต่อรองราคารถรับจ้าง

สามารถใช้หลัก

ข้อมูลครบ + เงื่อนไขชัด + เปรียบเทียบราคาสุทธิ + ปรับรูปแบบงาน

แทนการต่อรองแบบ

“ขอลดเยอะ ๆ ได้ไหม?”

เพราะผู้ให้บริการที่ดีจะสามารถประเมินต้นทุนได้จากข้อมูลจริง และลูกค้าก็สามารถเลือกบริการที่เหมาะกับงบประมาณของตัวเองได้ง่ายขึ้น


ตัวอย่างการคำนวณความคุ้มค่า

สมมติว่ามีผู้ให้บริการ 2 ราย

รายที่ 1

ค่ารถ 1,500 บาท
ค่าคนยก 800 บาท
ค่าบริการเพิ่มเติม 500 บาท

รวม 2,800 บาท

รายที่ 2

ค่ารถ 2,300 บาท
รวมคนยกและบริการตามที่ตกลง

รวม 2,300 บาท

แม้รายแรกจะมีราคาค่ารถต่ำกว่า แต่ราคาสุทธิกลับสูงกว่า

ดังนั้นการเปรียบเทียบที่ถูกต้องควรดู ต้นทุนรวมทั้งงาน


สรุป

การต่อรอง ราคารถรับจ้างขนของ ที่ดี ไม่จำเป็นต้องพยายามทำให้ราคาถูกที่สุด แต่ควรทำให้ได้ ราคาที่เหมาะสมกับงานและบริการที่ได้รับ

เคล็ดลับสำคัญคือ

  • แจ้งรายละเอียดงานให้ครบ
  • เปรียบเทียบราคาสุทธิ
  • เลือกรถให้เหมาะกับปริมาณของ
  • เตรียมของบางส่วนเองหากทำได้
  • ยืดหยุ่นเรื่องวันและเวลา
  • ขอราคาแยกรายการ
  • ตรวจสอบค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
  • ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของผู้ให้บริการ
  • ยืนยันรายละเอียดก่อนโอนเงิน
  • อย่าเลือกจากราคาที่ถูกที่สุดเพียงอย่างเดียว

การต่อรองที่ดีที่สุด คือการทำให้ทั้งลูกค้าและผู้ให้บริการได้ข้อตกลงที่เหมาะสม โดยไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝงและไม่มีความเข้าใจผิดภายหลัง


29/04/2025
ขนของย้ายหอ.png

จ้างรถขนของ ราคาเท่าไหร่?

จ้างรถขนของ ราคาเท่าไหร่ เป็นคำถามที่ไม่มีราคาตายตัว เนื่องจากค่าบริการจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น

  • ประเภทของรถ: รถกระบะจะมีราคาถูกกว่ารถบรรทุก 6 ล้อ หรือ 10 ล้อ
  • ระยะทาง: ยิ่งระยะทางไกล ราคาก็จะสูงขึ้น
  • ปริมาณและน้ำหนักของสิ่งของ: ของเยอะและหนักมาก ก็อาจมีค่าบริการเพิ่มขึ้น
  • บริการเสริม: หากต้องการคนช่วยยกของ หรือบริการแพ็คของ ก็จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
  • ความยากง่ายในการขนย้าย: หากต้องขนย้ายในพื้นที่ที่เข้าถึงยาก หรือมีสิ่งของที่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ ราคาก็อาจสูงขึ้น
  • ช่วงเวลาที่ใช้บริการ: บางครั้งช่วงเทศกาล หรือช่วงเวลาเร่งด่วน อาจมีราคาที่สูงกว่าปกติ

โดยทั่วไปแล้ว การคิดราคารถรับจ้างขนของจะมีอยู่ 2 รูปแบบหลักๆ คือ

  1. คิดตามระยะทาง: จะมีราคาเริ่มต้น และคิดเพิ่มตามกิโลเมตรที่วิ่ง เช่น
    • รถกระบะรับจ้าง: ราคาเริ่มต้นประมาณ 500 – 1,500 บาท และคิดเพิ่มประมาณ 10 – 30 บาทต่อกิโลเมตร
    • รถ 6 ล้อรับจ้าง: ราคาเริ่มต้นประมาณ 2,000 – 2,500 บาทขึ้นไป และคิดเพิ่มตามระยะทาง
    • รถ 10 ล้อรับจ้าง: ราคาเริ่มต้นประมาณ 3,500 บาทขึ้นไป และคิดเพิ่มตามระยะทาง
  2. คิดราคาเหมา: เหมาะสำหรับการขนย้ายในระยะทางที่ไม่ไกลมาก หรือการขนย้ายภายในขอนแก่น , กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยราคาจะขึ้นอยู่กับประเภทรถและปริมาณของ

ตัวอย่างราคาโดยประมาณ (อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้):

  • รถกระบะรับจ้าง:
    • ในกรุงเทพฯ/ปริมณฑล: เริ่มต้นประมาณ 1,500 – 2,500 บาท (ราคาเหมา) หรือคิดตามระยะทางเริ่มต้นประมาณ 1,500 บาท + กิโลเมตรละ 10-25 บาท
    • ต่างจังหวัด: เริ่มต้นประมาณ 2,500 บาท หรือคิดตามระยะทาง
  • รถ 6 ล้อรับจ้าง:
    • ในกรุงเทพฯ/ปริมณฑล: เริ่มต้นประมาณ 4,500 บาท (ราคาเหมา) หรือคิดตามระยะทางเริ่มต้นประมาณ 2,500 บาท + กิโลเมตรละ 15-30 บาท
    • ต่างจังหวัด: เริ่มต้นประมาณ 4,500 บาท หรือคิดตามระยะทาง

หมายเหตุ:

เพื่อให้ได้ราคาที่แม่นยำที่สุด ควรติดต่อผู้ให้บริการรถรับจ้างโดยตรง แจ้งรายละเอียดการขนย้ายของคุณ เช่น ประเภทของสิ่งของ จำนวน ระยะทาง จุดรับและจุดส่ง เพื่อขอใบเสนอราคา


14/08/2024
ค่ารถ-ค่ายกของ.png

ค่ารถ ค่าแรงยกของ ทำไมต้องคิดแยกกัน

ค่ารถ ค่าแรงยกของ ทำไหมต้องคิดแยกกัน วันนี้เรามาทำความเข้าใจค่าใช้จ่ายในการขนย้ายให้ชัดเจนยิ่งขึ้นว่าทำไมต้องแยกค่ารถและค่าแรงยกของออกจากกัน?

ทำไมต้องแยกค่ารถและค่าแรงยกของ?

การแยกค่ารถและค่าแรงยกของในการขนย้ายนั้นเป็นเรื่องสำคัญ เพราะช่วยให้ผู้ใช้บริการสามารถ:

  • วางแผนงบประมาณได้แม่นยำยิ่งขึ้น: ผู้ใช้สามารถประมาณค่าใช้จ่ายส่วนต่างๆ ได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นค่าเช่ารถ ค่าน้ำมัน หรือค่าแรงคนงาน
  • เปรียบเทียบราคาได้ง่ายขึ้น: การแยกค่าใช้จ่ายแต่ละส่วนจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถเปรียบเทียบราคาจากผู้ให้บริการรายต่างๆ ได้ง่ายขึ้น
  • เลือกบริการที่เหมาะสมได้มากขึ้น: ผู้ใช้สามารถเลือกบริการที่ตรงกับความต้องการและงบประมาณของตนเองได้มากขึ้น เช่น หากมีแรงงานช่วยยกของอยู่แล้ว อาจไม่จำเป็นต้องจ้างคนงานเพิ่ม

ปัจจัยที่มีผลต่อค่ารถและค่าแรงยกของ

  • ระยะทาง: ระยะทางในการขนย้ายมีผลโดยตรงต่อค่าเช่ารถและค่าน้ำมัน
  • ประเภทรถ: ขนาดและประเภทของรถที่ใช้ขนย้าย เช่น รถกระบะ รถ 6 ล้อ จะมีอัตราค่าเช่าที่แตกต่างกัน
  • ปริมาณและน้ำหนักของสิ่งของ: ปริมาณและน้ำหนักของสิ่งของที่ต้องขนย้ายจะมีผลต่อจำนวนคนงานที่ต้องใช้ และอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหากต้องใช้เครื่องมือพิเศษในการยกของ
  • ความยากง่ายในการขนย้าย: สถานที่ต้นทางและปลายทาง ความสูงของตึก หรือสภาพของสิ่งของที่จะขนย้าย ล้วนมีผลต่อความยากง่ายในการขนย้ายและค่าแรงงาน
  • เวลาในการขนย้าย: เวลาที่ใช้ในการขนย้าย เช่น วันธรรมดาหรือวันหยุด อาจมีค่าบริการที่แตกต่างกัน

วิธีการคำนวณค่าใช้จ่าย

โดยทั่วไป ค่าใช้จ่ายในการขนย้ายจะประกอบด้วย

  • ค่าเช่ารถ: คำนวณจากระยะทางและประเภทของรถ
  • ค่าแรงคนงาน: คำนวณจากจำนวนคนงาน จำนวนชั่วโมงในการทำงาน และความยากง่ายของงาน
  • ค่าใช้จ่ายอื่นๆ: เช่น ค่าน้ำมัน ค่าทางด่วน ค่าประกันภัย
ตัวอย่างการคำนวณ:

สมมติว่าคุณต้องการ “ขนของย้ายบ้านจากกรุงเทพฯ ไปจังหวัดขอนแก่น“ ระยะทางประมาณ 450 กิโลเมตร โดยใช้รถกระบะ และต้องใช้คนงาน 2 คนในการยกของ

  • ค่าเช่ารถ: อาจมีค่าบริการเริ่มต้น   และคิดค่าบริการตามระยะทางกิโลเมตร (สมมุติว่าค่าเช่ารถ 5,000บาท)
  • ค่าแรงคนงาน: หากค่าแรงคนงานรายวันอยู่ที่ 500 บาท และใช้เวลาในการขนย้าย 1วัน เท่ากับ 500×2 = 1,000บาท
  • ค่าใช้จ่ายรวม: 5,000 + 1,000 = 6,000 บาท

หมายเหตุ: ราคาที่กล่าวมาข้างต้นเป็นเพียงตัวอย่าง และอัตราค่าบริการอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับบริษัทผู้ให้บริการและปัจจัยอื่นๆ และหลายครั้งที่เราอาจจะเข้าใจผิดคิดว่าหากจ้างรถแล้วพนักงานขับรถเขาจะต้องยกของช่วยด้วย , จากบทความนี้จะเห็นได้ว่ามีการจ้างคนยกของ2คน ผู้ให้บริการบริการส่วนใหญ่ก็จะจัดพนักงานไป 2คน ได้แก่ พนักงานขับรถ1คน เด็กยกของ1คน รวมกันเป็น2คนนั้นเองครับ (พนักงานขับรถไม่มีหน้าที่ยกของ หากให้พนักงานขับรถยกของต้องจ่ายค่าแรงยก)


เคล็ดลับในการประหยัดค่าใช้จ่าย
  • เปรียบเทียบราคา: ขอใบเสนอราคาจากหลายๆ บริษัท เพื่อเปรียบเทียบราคาและเลือกบริการที่คุ้มค่าที่สุด
  • เตรียมของให้พร้อม: แพ็คของให้เรียบร้อยและจัดเตรียมรายการสิ่งของที่จะขนย้าย เพื่อลดเวลาในการทำงานของคนงาน
  • เลือกช่วงเวลาที่เหมาะสม: การขนย้ายในช่วงวันธรรมดา อาจมีค่าบริการถูกกว่าช่วงวันหยุด
  • ต่อรองราคา: ลองต่อรองราคากับผู้ให้บริการ เพื่อขอส่วนลดเพิ่มเติม

สรุป

การแยกค่ารถและค่าแรงยกของ ช่วยให้ผู้ใช้บริการสามารถวางแผนงบประมาณและเลือกบริการที่เหมาะสมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก่อนตัดสินใจจ้างบริการขนย้าย ควรศึกษาข้อมูลและเปรียบเทียบราคาจากหลายๆ แหล่ง เพื่อให้ได้บริการที่คุ้มค่าที่สุด

คำแนะนำเพิ่มเติม:

  • ขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ: หากคุณไม่แน่ใจว่าจะเลือกบริการขนย้ายแบบใด ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อขอคำแนะนำ
  • อ่านรีวิว: ตรวจสอบรีวิวของบริษัทผู้ให้บริการ เพื่อดูว่ามีบริการที่ดีและน่าเชื่อถือหรือไม่
  • ทำสัญญา: ก่อนทำการจ้างบริการ ควรทำสัญญาให้ชัดเจน เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในภายหลัง

09/01/2024
เช็คราคาค่ารถขนของ.png

เช็คราคาค่ารถขนของ ย้ายบ้าน ย้ายหอ ย้ายคอนโด

         เช็คราคาค่ารถขนของ ย้ายบ้าน ย้ายหอ ย้ายคอนโด ราคาเท่าไหร่ คิดราคาแบบไหน มีรถอะไรให้บริการบ้าง มีคนงานยกของให้ด้วยไหม แพ็คของเก็บของให้ด้วยไหม ถ้าจะเหมาขนของไปต่างจังหวัดจะคิดราคายังไงราคาเท่าไหร่? , วันนี้เราจะมาหาคำตอบด้วยกันครับ!

เช็คราคาค่ารถขนของ
เช็คราคารถขนของ ย้ายบ้าน ย้ายหอ ย้ายคอนโด

เช็คราคาค่ารถขนของ ย้ายบ้าน ย้ายหอ ย้ายคอนโด

หลายคนอาจจะยังสงสัยว่า ค่ารถขนของ ย้ายบ้าน ย้ายหอ ย้ายคอนโด เราคิดราคากันยังไง และ คิดราคาจากปัจจัยอะไรบ้าง วันนี้เรามาดูกันเลยครับ

เริ่มจากการคิดราคาของรถประเภทต่างๆที่เรามีให้บริการดังต่อไปนี้….

ประเภทรถที่ให้บริการค่ารถขนของค่าคนงานยกของค่าแพ็คของ
1.รถกระบะ คอก/ตู้ทึบราคาเริ่มต้น  300บาทราคาเริ่มต้น 300บาท/คนประเมินราคาหน้างาน หรือ ถ่ายรูปส่งทางไลน์
2.รถหกล้อ คอก/ตู้ทึบราคาเริ่มต้น 2,000บาทราคาเริ่มต้น 700บาท/คนประเมินราคาหน้างาน หรือ ถ่ายรูปส่งทางไลน์
3.รถ4ใหญ่ คอก/ตู้ทึบราคาเริ่มต้น 1,000บาทราคาเริ่มต้น 500บาท/คนประเมินราคาหน้างาน หรือ ถ่ายรูปส่งทางไลน์
4.รถสิบล้อ คอก/ตู้ทึบราคาเริ่มต้น 2,500บาทราคาเริ่มต้น 1,000บาท/คนประเมินราคาหน้างาน หรือ ถ่ายรูปส่งทางไลน์

รายละเอียดเพิ่มเติม

  • รถกระบะ คอก/ตู้ทึบ ราคาเริ่มต้น  300บาท : ระยะทางต้องไม่เกิน 5กิโลเมตร ,ค่าคนงานยกของ ราคาเริ่มต้น 300บาท/คน ถ้าของเยอะ ขึ้นชั้น ขึ้นบันได หรือ ลิฟท์ จะคิดราคาเพิ่มจากความยากง่ายของงานครับ
  • รถหกล้อ คอก/ตู้ทึบ ราคาเริ่มต้น 2,000บาท : ระยะทางต้องไม่เกิน 5กิโลเมตร ,ค่าคนงานยกของ ราคาเริ่มต้น 700บาท/คน ถ้าของเยอะ ขึ้นชั้น ขึ้นบันได หรือ ลิฟท์ จะคิดราคาเพิ่มจากความยากง่ายของงานครับ
  • รถ4ใหญ่ คอก/ตู้ทึบ ราคาเริ่มต้น 1,000บาท: ระยะทางต้องไม่เกิน 5กิโลเมตร ,ค่าคนงานยกของ ราคาเริ่มต้น 500บาท/คน ถ้าของเยอะ ขึ้นชั้น ขึ้นบันได หรือ ลิฟท์ จะคิดราคาเพิ่มจากความยากง่ายของงานครับ
  • รถสิบล้อ คอก/ตู้ทึบ ราคาเริ่มต้น 2,500บาท : ระยะทางต้องไม่เกิน 5กิโลเมตร ,ค่าคนงานยกของ ราคาเริ่มต้น 1,000บาท/คน ถ้าของเยอะ ขึ้นชั้น ขึ้นบันได หรือ ลิฟท์ จะคิดราคาเพิ่มจากความยากง่ายของงานครับ
เช็คราคาเหมารถขนของไปต่างจังหวัด
เช็คราคาเหมารถขนของไปต่างจังหวัด

เช็คราคาเหมารถขนของไปต่างจังหวัด

สำหรับราคาเหมารถขนของไปต่างจังหวัดนั้น เราจะคิดราคาจากระยะทาง น้ำหนักสินค้าที่บรรทุก ค่าคนงานยกของ ค่าความยากง่ายของงาน โดยจะมีรายละเอียดคร่าวๆดังต่อไปนี้

  • รถกระบะรับจ้าง ราคาเริ่มต้น กิโลเมตรละ 12บาท ระยะทางต้องมากกว่า 250 กิโลเมตรนะครับถึงจะคิดราคานี้ได้
  • รถหกล้อรับจ้าง ราคาเริ่มต้น  กิโลเมตรละ 25บาท ระยะทางต้องมากกว่า 250 กิโลเมตร
  • รถ4ล้อใหญ่รับจ้าง ราคาเริ่มต้น  กิโลเมตรละ 17บาท ระยะทางต้องมากกว่า 250 กิโลเมตร
  • รถสิบล้อรับจ้าง ราคาเริ่มต้น  กิโลเมตรละ 35บาท ระยะทางต้องมากกว่า 250 กิโลเมตร

หมายเหตุ: ราคาที่แจ้งเป็นราคาเริ่มต้นและราคาอาจเปลี่ยนแปลงขึ้นลงได้ตามราคาน้ำมันและเทศกาลต่างๆ ถ้าหากราคายังไม่ถูกใจลูกค้า ลูกค้าสามารถโทรมาสอบถามและต่อรองราคากันได้นะครับ

ช่องทางติดต่อเรา

PHONE / LINE
094-438-9999
@Dinomove

EMAIL / WEBSITE
info@dinomove.co.th
www.dinomove.co.th

คำถามที่พบบ่อย
  • บริษัทตั้งอยู่ที่ไหน?
    – บริษัท ไดโนมูฟ จำกัด (สำนักงานใหญ่) (Dinomove Co.,Ltd) ตั้งอยู่เลขที่ 496 หมู่ที่ 17 ตำบลศิลา อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000.
  • บริษัทให้บริการอะไรบ้าง?
    – บริษัท ไดโนมูฟ จำกัด (Dinomove Co.,Ltd) ให้บริการ รถรับจ้าง ขนของ ย้ายบ้าน ย้ายหอพัก ย้ายสำนักงาน ขนส่งสินค้า ขนส่งรถมอเตอร์ไซค์ ขนส่งสัตว์เลี้ยง และ ฝากขนส่งของชิ้นใหญ่ไปต่างจังหวัดทั่วประเทศ.
  • การรับประกันสินค้า?
    – มีการรับประกันสินค้าสูงสุดถึง 5,000บาท (ในกรณีสินค้ามีราคาสูงลูกค้าสามารถซื้อประกันคุ้มครองเพิ่มได้)
  • พื้นที่ให้บริการ?
    -ให้บริการครอบคลุมทุกพื้นที่ 77 จังหวัดทั่วประเทศไทย.
  • ระยะเวลาขนส่ง?
    -หากระยะทางไม่เกิน 500 กิโลเมตร ใช้ระยะเวลาขนส่ง ไม่เกิน 2วัน.
    -หากระยะทางมากกว่า 500 กิโลเมตร ใช้ระยะเวลาขนส่ง ไม่เกิน 4วัน.
  • การชำระค่าบริการ?
    -ลูกค้าสามารถเลือกชำระค่าบริการ ต้นทาง หรือ ปลายทาง ก็ได้.
  • เปิดให้บริการเวลากี่โมง?
    -เปิดทำการทุกวันไม่มีวันหยุด ตั้งแต่เวลา 08:00 – 20:00 น.
  • หากจะใช้บริการจะติดต่อได้อย่างไร?
    -สามารถติดต่อเราได้ที่: โทรศัพท์: 094-438-9999 ,ไลน์ ไอดี: @dinomove ,Email: info@dinomove.co.th

บริษัท ไดโนมูฟ จำกัด ขอขอบคุณที่ใช้บริการครับ.

 


ติดต่อและติดตามเรา (Contact & Social)