06/09/2026
pickup-truck-load-capacity-price-1200x900.jpg

ราคาค่าบริการรถกระบะขนของ แตกต่างกันตามช่วงน้ำหนักบรรทุก 1 ตัน, 1–2 ตัน และ 2–4 ตัน

การเลือกใช้ รถกระบะรับจ้างขนของ นอกจากต้องพิจารณาว่ารถสามารถบรรทุกสิ่งของได้มากเพียงใดแล้ว อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือ ราคาค่าบริการ ซึ่งอาจแตกต่างกันตามประเภทของรถและช่วงน้ำหนักบรรทุก

โดยเฉพาะงานขนย้ายบ้าน ย้ายหอ ย้ายสำนักงาน และขนส่งสินค้า หากสิ่งของมีน้ำหนักหรือปริมาณมากขึ้น อาจจำเป็นต้องเลือกใช้รถที่มีความสามารถในการรองรับงานบรรทุกสูงขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนการให้บริการแตกต่างกัน

สำหรับการวางแผนงานของ Dinomove สามารถแบ่งรถสำหรับงานขนส่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

  • รถกระบะมาตรฐาน: ประมาณ 1 ตัน
  • รถกระบะดัดแปลง เปลี่ยนล้อบรรทุก: ประมาณ 1–2 ตัน
  • รถกระบะดัดแปลง เปลี่ยนล้อและเปลี่ยนเพลาบรรทุก: ประมาณ 2–4 ตัน

หมายเหตุ: ช่วงน้ำหนักดังกล่าวใช้สำหรับอธิบายประเภทงานและการประเมินบริการ ไม่ใช่การรับรองพิกัดตามกฎหมายของรถทุกคัน พิกัดบรรทุกจริงต้องพิจารณารถแต่ละคัน รวมถึงโครงสร้าง เพลา ล้อ ยาง ระบบเบรก การดัดแปลง และเอกสารทะเบียนรถ


ราคาค่าบริการรถกระบะขนของคิดจากอะไร?

หลายคนอาจเข้าใจว่าค่ารถรับจ้างคำนวณจากระยะทางเพียงอย่างเดียว แต่ในความเป็นจริง ราคาค่าบริการขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย

ปัจจัยหลัก ได้แก่

  • ประเภทและขนาดของรถ
  • ช่วงน้ำหนักบรรทุก
  • ปริมาณสิ่งของ
  • ขนาดของสิ่งของ
  • ระยะทาง
  • จำนวนเที่ยว
  • จุดรับและจุดส่ง
  • จำนวนแรงงานที่ต้องใช้
  • ชั้นของอาคาร
  • มีลิฟต์หรือไม่
  • ความสะดวกในการเข้าถึงพื้นที่
  • ลักษณะของสิ่งของ
  • ระยะเวลาในการขนย้าย

ดังนั้นงานที่มีน้ำหนักเท่ากัน อาจมีราคาค่าบริการแตกต่างกันได้


ราคาค่าบริการตามช่วงน้ำหนักบรรทุก

เพื่อให้ลูกค้าเข้าใจง่าย สามารถแบ่งงานออกเป็น 3 ช่วงหลัก

ช่วงน้ำหนักประเภทรถระดับค่าบริการ
ไม่เกินประมาณ 1 ตันรถกระบะมาตรฐานระดับพื้นฐาน
ประมาณ 1–2 ตันรถกระบะดัดแปลง เปลี่ยนล้อบรรทุกสูงขึ้นตามประเภทงาน
ประมาณ 2–4 ตันรถกระบะดัดแปลง เปลี่ยนล้อและเพลาบรรทุกสูงขึ้นสำหรับงานบรรทุกหนัก

ตารางนี้ใช้เพื่อช่วยให้ลูกค้าเข้าใจ โครงสร้างของค่าบริการ ไม่ควรนำไปตีความว่าเป็นราคาตายตัวของทุกเส้นทาง


1. รถกระบะมาตรฐาน ประมาณ 1 ตัน

รถกระบะมาตรฐานเหมาะกับงานขนของทั่วไปที่มีน้ำหนักและปริมาณไม่มากจนเกินไป

ตัวอย่างงาน ได้แก่

  • ย้ายหอพัก
  • ย้ายคอนโด
  • ขนของใช้ส่วนตัว
  • ขนกล่อง
  • ขนเฟอร์นิเจอร์
  • ขนเครื่องใช้ไฟฟ้า
  • ขนสินค้า
  • ขนของทั่วไป

ค่าบริการรถกระบะ 1 ตัน

รถกระบะมาตรฐานอยู่ในกลุ่มที่เหมาะกับงานขนส่งทั่วไป จึงสามารถใช้เป็นตัวเลือกพื้นฐานสำหรับลูกค้าที่มีสิ่งของไม่มาก

แต่ราคาจะไม่ได้ขึ้นอยู่กับน้ำหนักเพียงอย่างเดียว

ตัวอย่างเช่น

งาน A: ขนของ 500 กิโลกรัม ระยะทางใกล้ และจุดรับส่งสะดวก

อาจมีต้นทุนต่ำกว่า

งาน B: ขนของ 500 กิโลกรัม ระยะทางไกล ต้องขึ้นลงอาคาร และต้องใช้แรงงานช่วยยก

ดังนั้นแม้น้ำหนักเท่ากัน แต่ค่าบริการอาจแตกต่างกัน


2. รถกระบะดัดแปลง เปลี่ยนล้อบรรทุก ประมาณ 1–2 ตัน

เมื่อปริมาณหรือน้ำหนักของสิ่งของเพิ่มขึ้น อาจต้องเลือกรถที่เหมาะกับงานบรรทุกมากขึ้น

รถกระบะดัดแปลง เปลี่ยนล้อบรรทุก สามารถใช้เป็นกลุ่มรถสำหรับงานประมาณ 1–2 ตันตามการประเมินประเภทบริการของ Dinomove

เหมาะกับงาน เช่น

ทำไมราคาจึงแตกต่างจากรถกระบะมาตรฐาน?

รถสำหรับงานบรรทุกที่มีความสามารถสูงขึ้นอาจมีต้นทุนการให้บริการแตกต่างจากรถกระบะมาตรฐาน เช่น

  • ต้นทุนรถ
  • ต้นทุนล้อและยาง
  • การดูแลช่วงล่าง
  • การสึกหรอ
  • น้ำมันเชื้อเพลิง
  • ปริมาณสิ่งของที่รองรับ
  • ลักษณะงานที่ต้องใช้รถ

ดังนั้น รถที่มีความสามารถในการบรรทุกต่างกัน จึงอาจมีค่าบริการต่างกัน


3. รถกระบะดัดแปลง เปลี่ยนล้อและเพลาบรรทุก ประมาณ 2–4 ตัน

สำหรับงานที่มีน้ำหนักมากขึ้น อาจต้องเลือกใช้รถที่เหมาะกับงานบรรทุกหนัก

ในกลุ่มการให้บริการของ Dinomove สามารถจัด รถกระบะดัดแปลง เปลี่ยนล้อและเพลาบรรทุก ไว้สำหรับงานประมาณ 2–4 ตัน โดยต้องประเมินรถและพิกัดจริงเป็นรายคัน

เหมาะกับงาน เช่น

  • ย้ายบ้านขนาดใหญ่
  • ย้ายสำนักงาน
  • ขนเฟอร์นิเจอร์จำนวนมาก
  • ขนสินค้าจำนวนมาก
  • ขนวัสดุ
  • ขนเครื่องจักรบางประเภท
  • ขนสินค้าจากโรงงาน
  • งานขนส่งที่มีน้ำหนักสูง

ค่าบริการรถ 2–4 ตัน

รถในกลุ่มนี้เหมาะกับงานที่ต้องรองรับน้ำหนักและปริมาณสินค้ามากขึ้น จึงมีต้นทุนการให้บริการแตกต่างจากรถกระบะมาตรฐาน

ลูกค้าจึงควรแจ้งน้ำหนักและลักษณะสิ่งของก่อนจอง เพื่อให้เลือกประเภทรถได้เหมาะสม


น้ำหนักบรรทุกมากขึ้น ราคาจะสูงขึ้นเสมอหรือไม่?

ไม่จำเป็นเสมอไป

น้ำหนักเป็นเพียงหนึ่งในปัจจัยของการคำนวณค่าบริการ

ราคายังขึ้นอยู่กับระยะทางและลักษณะงานด้วย

ตัวอย่างเช่น

งานที่ 1

ของหนัก 1 ตัน แต่เดินทางระยะใกล้และขนของง่าย

งานที่ 2

ของหนัก 700 กิโลกรัม แต่เดินทางข้ามจังหวัดและต้องใช้แรงงานหลายคน

แม้งานที่ 1 จะมีน้ำหนักมากกว่า แต่งานที่ 2 อาจมีต้นทุนรวมสูงกว่าได้

ดังนั้นการประเมินราคาควรพิจารณา ภาพรวมของงาน ไม่ใช่เฉพาะน้ำหนัก


ทำไมต้องแจ้งน้ำหนักก่อนขอราคา?

การแจ้งน้ำหนักโดยประมาณช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถประเมินได้ว่า ควรใช้รถประเภทใด

ตัวอย่าง

ประมาณ 500 กก.
อาจเหมาะกับรถกระบะมาตรฐาน

ประมาณ 1.5 ตัน
อาจต้องพิจารณารถในกลุ่ม 1–2 ตัน

ประมาณ 3 ตัน
ควรพิจารณารถที่เหมาะกับงานบรรทุกหนักในกลุ่ม 2–4 ตันหรือรถบรรทุกประเภทอื่นตามความเหมาะสม

การเลือกรถที่เหมาะสมช่วยลดปัญหา เช่น

  • รถเล็กเกินไป
  • ต้องขนหลายเที่ยว
  • ของขึ้นรถไม่หมด
  • ต้องเปลี่ยนรถหน้างาน
  • ใช้เวลาในการขนย้ายนานขึ้น

น้ำหนักเท่ากัน แต่ราคาต่างกันได้

สิ่งสำคัญที่ลูกค้าควรเข้าใจคือ น้ำหนักไม่ได้เป็นตัวกำหนดราคาทั้งหมด

ตัวอย่างเช่น งานขนของน้ำหนัก 1 ตัน อาจมีรายละเอียดแตกต่างกันดังนี้

งาน A

บ้านชั้นเดียว รถจอดหน้าบ้านได้ ขนของขึ้นรถง่าย

งาน B

คอนโดชั้น 10 ต้องใช้ลิฟต์ ขนของเป็นระยะไกล และมีเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่

แม้น้ำหนักรวมใกล้เคียงกัน แต่ต้นทุนแรงงานและเวลาต่างกัน ดังนั้นค่าบริการจึงอาจแตกต่างกัน


ขนาดสิ่งของก็มีผลต่อค่าบริการ

นอกจากน้ำหนักแล้ว ปริมาตรของสิ่งของ ก็มีความสำคัญ

ของบางชนิดน้ำหนักไม่มาก แต่ใช้พื้นที่บนรถมาก เช่น

  • โซฟา
  • ที่นอน
  • ตู้เสื้อผ้า
  • โต๊ะ
  • ชั้นวางของ
  • เฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่

ในขณะที่ของบางชนิดมีขนาดไม่ใหญ่มากแต่มีน้ำหนักสูง เช่น

  • เหล็ก
  • เครื่องจักร
  • วัสดุก่อสร้าง
  • อุปกรณ์อุตสาหกรรม

ดังนั้นการประเมินรถควรดูทั้ง น้ำหนักและปริมาตร


ค่าแรงยกของกับค่ารถเป็นคนละส่วนกัน

ในงานขนย้ายบางประเภท ลูกค้าอาจต้องการให้พนักงานช่วยยกและขนของ

ค่าใช้จ่ายจึงอาจประกอบด้วย

ค่ารถ + ค่าขนส่ง + ค่าแรงยกของ + ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามลักษณะงาน

ตัวอย่างงานที่อาจต้องใช้แรงงานมาก ได้แก่

  • ย้ายบ้านทั้งหลัง
  • ย้ายสำนักงาน
  • ยกตู้ขนาดใหญ่
  • ยกเครื่องใช้ไฟฟ้าหนัก
  • ขนของขึ้นลงอาคาร
  • ขนของจากพื้นที่ที่รถเข้าถึงยาก

ดังนั้นก่อนจองควรแจ้งว่าต้องการ รถพร้อมคนขับ หรือ รถพร้อมทีมช่วยขนย้าย


เลือกรถให้เหมาะกับงบประมาณ

การเลือกใช้รถที่เหมาะสมช่วยควบคุมต้นทุนได้

ของไม่มาก

เลือก รถกระบะมาตรฐานประมาณ 1 ตัน

เหมาะกับงานทั่วไปและช่วยลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น

ของปริมาณปานกลางถึงมาก

พิจารณา รถกระบะดัดแปลงประมาณ 1–2 ตัน

เหมาะกับงานที่มีของมากขึ้นและต้องการพื้นที่หรือความสามารถในการรองรับงานเพิ่มขึ้น

ของหนักและปริมาณมาก

พิจารณา รถดัดแปลงสำหรับงานบรรทุกหนักประมาณ 2–4 ตัน หรือรถบรรทุกประเภทอื่นตามความเหมาะสม

การใช้รถที่เหมาะสมอาจช่วยลดจำนวนเที่ยวและลดเวลาการขนส่งได้


Dinomove ประเมินราคาตามลักษณะงาน

Dinomove ให้บริการ รถรับจ้างขนของ ขนย้ายบ้าน ย้ายหอ ย้ายสำนักงาน และขนส่งสินค้า

การประเมินค่าบริการจะพิจารณาจากรายละเอียดของงาน เช่น

ประเภทของรถ

ช่วงน้ำหนักบรรทุก

ระยะทาง

ปริมาณสิ่งของ

จำนวนเที่ยว

จำนวนแรงงาน

ลักษณะสถานที่รับ-ส่ง

ความยากง่ายของงาน

จึงไม่ควรใช้ราคาเดียวกับทุกงาน เพราะแต่ละงานมีต้นทุนแตกต่างกัน


ข้อมูลที่ควรส่งเพื่อขอราคาค่าบริการ

หากต้องการให้ประเมินราคาได้ใกล้เคียงกับงานจริง ควรแจ้งข้อมูลดังนี้

1. จุดรับของ

บ้าน หอพัก คอนโด สำนักงาน โกดัง หรือโรงงาน

2. จุดส่งของ

จังหวัดและสถานที่ปลายทาง

3. รายการสิ่งของ

เช่น ตู้ เตียง โซฟา ตู้เย็น เครื่องซักผ้า และกล่อง

4. จำนวน

ระบุจำนวนชิ้นหรือจำนวนกล่อง

5. น้ำหนัก

แจ้งน้ำหนักโดยประมาณ หากทราบ

6. ขนาด

โดยเฉพาะของชิ้นใหญ่

7. จำนวนชั้น

กรณีต้องขนของขึ้นหรือลงอาคาร

8. ต้องการแรงงานหรือไม่

ระบุว่าต้องการเฉพาะรถหรือให้ช่วยยกของด้วย

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ประเมินประเภทรถและค่าบริการได้แม่นยำขึ้น


ตารางสรุปราคาตามช่วงน้ำหนัก

ช่วงน้ำหนักบรรทุกรถที่เหมาะสมระดับค่าบริการ
ประมาณ 1 ตันรถกระบะมาตรฐานราคากลุ่มพื้นฐาน
ประมาณ 1–2 ตันรถกระบะดัดแปลง เปลี่ยนล้อราคาสูงขึ้นตามประเภทงาน
ประมาณ 2–4 ตันรถดัดแปลง เปลี่ยนล้อและเพลาราคาสำหรับงานบรรทุกหนัก

ราคาจริงไม่ได้กำหนดจากน้ำหนักเพียงอย่างเดียว แต่ประเมินร่วมกับระยะทาง ประเภทงาน ปริมาณสิ่งของ จำนวนเที่ยว และแรงงาน


สรุป ราคาค่าบริการรถกระบะขนของ

ราคาค่าบริการรถรับจ้างจะแตกต่างกันตามประเภทของรถและช่วงน้ำหนักบรรทุก โดยสามารถแบ่งเพื่อการวางแผนงานได้เป็น 3 กลุ่มหลัก

รถกระบะมาตรฐาน — ประมาณ 1 ตัน
เหมาะกับงานขนของทั่วไป

รถกระบะดัดแปลง เปลี่ยนล้อบรรทุก — ประมาณ 1–2 ตัน
เหมาะกับงานที่มีปริมาณหรือน้ำหนักเพิ่มขึ้น

รถกระบะดัดแปลง เปลี่ยนล้อและเปลี่ยนเพลาบรรทุก — ประมาณ 2–4 ตัน
เหมาะกับงานขนส่งที่มีน้ำหนักมากและต้องใช้รถที่เหมาะกับงานบรรทุกหนัก

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรเลือกรถจากน้ำหนักเพียงอย่างเดียว ควรพิจารณาขนาดของสิ่งของ จำนวนเที่ยว ระยะทาง สถานที่รับ-ส่ง และจำนวนแรงงานร่วมด้วย

หากต้องการทราบราคาค่าบริการที่เหมาะกับงานของคุณ สามารถแจ้ง รายการสิ่งของ น้ำหนักโดยประมาณ ขนาดของชิ้นใหญ่ จุดรับ และจุดส่ง ให้ Dinomove ประเมินประเภทรถและค่าบริการก่อนจอง

Dinomove – ขนส่งทุกสิ่ง ด้วยใจ และ พลัง!


31/08/2026
Honda-CT125.jpg

Case Study: ส่งรถมอเตอร์ไซค์ Honda CT125 จากกรุงเทพฯ – ระยอง

การขนส่งรถมอเตอร์ไซค์ระหว่างจังหวัด แม้จะเป็นระยะทางไม่ไกลมาก แต่เจ้าของรถหลายคนยังให้ความสำคัญกับเรื่อง ความปลอดภัย ความตรงต่อเวลา และการดูแลรถระหว่างการขนส่ง โดยเฉพาะรถมอเตอร์ไซค์รุ่นที่มีมูลค่าและต้องการการดูแลเป็นพิเศษ

เคสนี้เป็นการให้ บริการขนส่งรถมอเตอร์ไซค์ Honda CT125 จากกรุงเทพฯ ไปยังจังหวัดระยอง โดยลูกค้าต้องการให้รถเดินทางถึงปลายทางอย่างปลอดภัย และไม่ต้องขี่รถด้วยตัวเองจากกรุงเทพฯ ไประยอง

Case Study ส่งรถมอเตอร์ไซค์ Honda CT125 จากกรุงเทพฯ – ระยอง
Case Study ส่งรถมอเตอร์ไซค์ Honda CT125 จากกรุงเทพฯ – ระยอง

รายละเอียดการขนส่ง

ความต้องการของลูกค้า

ลูกค้าต้องการส่ง Honda CT125 จากกรุงเทพฯ ไปยังระยอง โดยต้องการลดความยุ่งยากในการเดินทางและหลีกเลี่ยงการขี่รถระยะทางไกลด้วยตัวเอง

สิ่งที่ลูกค้าให้ความสำคัญคือการรับรถตามนัดหมาย การขนส่งที่เหมาะสมกับรถมอเตอร์ไซค์ และการดูแลรถตลอดเส้นทาง

สำหรับงานลักษณะนี้ Dinomove จะประสานรายละเอียดกับลูกค้าก่อนเข้ารับรถ เช่น จุดรับรถ จุดส่งรถ รุ่นรถ และช่วงเวลาที่สะดวก เพื่อให้การจัดรถและวางแผนเส้นทางเป็นไปอย่างเหมาะสม

ขั้นตอนการให้บริการ

1. รับรายละเอียดการขนส่ง

เริ่มจากรับข้อมูล Honda CT125 และรายละเอียดต้นทาง–ปลายทางจากลูกค้า จากนั้นประเมินรูปแบบการขนส่งให้เหมาะกับลักษณะงาน

2. นัดหมายรับรถ

เมื่อยืนยันการใช้บริการแล้ว จะนัดหมายวันและเวลาเข้ารับรถที่กรุงเทพฯ ตามรายละเอียดที่ตกลงกับลูกค้า

ก่อนรับรถควรตรวจสอบสภาพรถและอุปกรณ์ต่าง ๆ ร่วมกับลูกค้า เพื่อให้ข้อมูลก่อนการขนส่งมีความชัดเจน

3. เตรียมรถสำหรับการขนส่ง

Honda CT125 ถูกเตรียมให้พร้อมสำหรับการขนส่ง โดยให้ความสำคัญกับการยึดรถอย่างเหมาะสมและลดโอกาสการเคลื่อนตัวระหว่างเดินทาง

การเตรียมรถที่ดีเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญของการขนส่งมอเตอร์ไซค์ เพราะรถแต่ละรุ่นมีขนาด น้ำหนัก และรูปทรงแตกต่างกัน

4. ขนส่งจากกรุงเทพฯ ไปยังระยอง

หลังจากรับรถเรียบร้อย รถจะถูกนำเข้าสู่กระบวนการขนส่งจากกรุงเทพฯ ไปยังจังหวัดระยองตามเส้นทางที่เหมาะสม

ระยะเวลาจัดส่งขึ้นอยู่กับรอบรถ เส้นทาง จุดรับ–ส่ง และเงื่อนไขของงานในแต่ละวัน

5. ส่งมอบรถที่ปลายทาง

เมื่อรถเดินทางถึงระยอง จะประสานงานกับผู้รับเพื่อดำเนินการส่งมอบรถ ตรวจสอบสภาพรถ และปิดงานขนส่ง

ทำไมลูกค้าจึงเลือกใช้บริการขนส่งมอเตอร์ไซค์

การขี่ Honda CT125 จากกรุงเทพฯ ไประยองสามารถทำได้ แต่สำหรับเจ้าของรถบางราย การใช้บริการขนส่งช่วยลดภาระในการเดินทาง โดยเฉพาะกรณีที่เจ้าของรถไม่ได้เดินทางไปพร้อมกับรถ หรือไม่สะดวกขี่รถเป็นระยะทางไกล

บริการขนส่งมอเตอร์ไซค์จึงเหมาะสำหรับหลายกรณี เช่น

  • ย้ายรถไปต่างจังหวัด
  • ซื้อรถจากกรุงเทพฯ แล้วต้องการส่งกลับบ้าน
  • ขายรถให้ลูกค้าต่างจังหวัด
  • ย้ายที่พักหรือย้ายที่ทำงาน
  • ส่งรถให้ครอบครัว
  • นำรถไปท่องเที่ยวหรือเดินทางต่างจังหวัด
  • ไม่สะดวกขี่รถระยะทางไกล

Honda CT125 กับการขนส่ง

Honda CT125 เป็นรถมอเตอร์ไซค์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งรูปทรงและอุปกรณ์ที่ติดตั้งกับรถ ดังนั้นการขนส่งจึงควรเลือกวิธีที่เหมาะสมกับตัวรถ

สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงการนำรถขึ้นรถขนส่งเท่านั้น แต่ต้องคำนึงถึงการจัดวางตำแหน่งรถ การยึดรถ และการป้องกันการกระแทกระหว่างการเดินทาง

สำหรับลูกค้าที่ต้องการส่งรถรุ่นอื่น ๆ ก็สามารถสอบถาม Dinomove ได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นรถ Scooter, รถครอบครัว, รถ Classic, Big Bike หรือรถมอเตอร์ไซค์รุ่นอื่น ๆ

ขนส่งมอเตอร์ไซค์ กรุงเทพฯ – ระยอง กับ Dinomove

เคส Honda CT125 จากกรุงเทพฯ ไปยังระยอง เป็นตัวอย่างหนึ่งของงานขนส่งรถมอเตอร์ไซค์ระหว่างจังหวัดที่ลูกค้าสามารถใช้บริการเพื่อช่วยลดความยุ่งยากในการเดินทาง

Dinomove ให้บริการขนส่งรถมอเตอร์ไซค์ ทั่วประเทศไทย พร้อมประสานงานตั้งแต่การสอบถามราคา การนัดหมายรับรถ ไปจนถึงการส่งมอบรถปลายทาง

หากต้องการส่ง Honda CT125 หรือรถมอเตอร์ไซค์รุ่นอื่นจากกรุงเทพฯ ไปจังหวัดระยอง สามารถติดต่อ Dinomove เพื่อสอบถามรายละเอียดและประเมินค่าขนส่งได้

Dinomove – ขนส่งทุกสิ่ง ด้วยใจ และ พลัง!


25/08/2026
Dinomove-Dealer-Partner-1200x676.jpeg

Dinomove Dealer Partner

ทางเลือกใหม่สำหรับร้านขายมอเตอร์ไซค์ที่มีการส่งรถให้ลูกค้าต่างจังหวัด

ปัจจุบันร้านขายมอเตอร์ไซค์จำนวนมากไม่ได้ขายรถเฉพาะลูกค้าที่อยู่ในจังหวัดเดียวกัน แต่สามารถขายให้ลูกค้าทั่วประเทศได้

เมื่อขายรถได้ สิ่งที่ตามมาคือการจัดส่งรถไปยังลูกค้า

Dinomove จึงมีแนวคิดที่จะทำงานร่วมกับร้านมอเตอร์ไซค์ในรูปแบบ Dealer Partner โดยช่วยดูแลเรื่องการขนส่งรถ และเปิดโอกาสให้ร้านที่ผ่านการพิจารณาสามารถ ใช้เครดิตค่าขนส่ง ได้

พูดง่าย ๆ คือ

ร้านขายรถ → Dinomove จัดส่งรถ → ร้านชำระค่าขนส่งตามรอบเครดิต

แทนที่จะต้องชำระค่าขนส่งทุกครั้งที่ส่งรถ


ร้านจะได้อะไร?

สมมติว่าร้านขายรถให้ลูกค้าที่อยู่ต่างจังหวัด

ค่าขนส่งรถเที่ยวนี้ 2,000 บาท

ตามระบบทั่วไป ร้านอาจต้องชำระค่าขนส่งทันที

แต่หากร้านได้รับอนุมัติเครดิตจาก Dinomove

Dinomove สามารถจัดส่งรถให้ก่อน และนำยอด 2,000 บาทไปรวมในรอบเรียกเก็บของร้าน

เช่น ร้านได้รับเครดิต 30 วัน

ร้านจึงสามารถรวบรวมค่าขนส่งหลายเที่ยว แล้วชำระตามรอบที่ตกลงกัน

สิ่งนี้ช่วยให้ร้านบริหารเงินได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะร้านที่ส่งรถเป็นประจำ


ไม่ได้หมายความว่าทุกร้านจะได้เครดิต 30 วันทันที

Dinomove ต้องการสร้างระบบที่ปลอดภัยทั้งสองฝ่าย

ดังนั้นร้านที่สมัครเข้าร่วมโครงการจะมีการพิจารณาเป็นรายร้าน

อาจเริ่มจาก

ชำระก่อน → ทดลองใช้บริการ → มีประวัติการชำระที่ดี → ได้รับวงเงินเครดิต

ตัวอย่างเช่น

  • เริ่มต้นชำระตามงาน
  • ทดลองใช้บริการอย่างต่อเนื่อง
  • ขอวงเงินเครดิต
  • เริ่มต้นวงเงินไม่สูง
  • เมื่อมีประวัติที่ดีจึงพิจารณาเพิ่มวงเงินหรือระยะเวลาเครดิต

ดังนั้นเครดิต 30 วันจึงเป็น สิทธิ์สำหรับร้านที่ผ่านเกณฑ์ ไม่ใช่สิทธิ์ที่ได้รับโดยอัตโนมัติทุกแห่ง


เหมาะกับร้านแบบไหน?

Dinomove ต้องการทำงานกับร้านที่มีการส่งรถให้ลูกค้าเป็นประจำ เช่น

  • ร้านมอเตอร์ไซค์มือสอง
  • ร้านขายรถออนไลน์
  • ร้าน Big Bike
  • ร้าน Scooter
  • ร้านมอเตอร์ไซค์ใหม่
  • ร้านที่มีลูกค้าต่างจังหวัดจำนวนมาก
  • ร้านที่ส่งรถหลายเที่ยวต่อเดือน

ยิ่งร้านมีการส่งรถเป็นประจำ ระบบเครดิตก็ยิ่งมีประโยชน์ เพราะสามารถรวบรวมยอดค่าขนส่งและบริหารค่าใช้จ่ายเป็นรอบได้ง่ายขึ้น


ร้านไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนบริษัทขนส่งทั้งหมด

Dinomove ไม่ได้ต้องการให้ร้านต้องยกเลิกผู้ให้บริการรายเดิม

ร้านสามารถทดลองใช้ Dinomove กับบางงานก่อนก็ได้

เช่น

ลูกค้าต่างจังหวัด → ใช้ Dinomove

ลูกค้าอีกจังหวัด → ใช้บริษัทเดิม

หรือใช้ Dinomove เฉพาะเส้นทางที่ร้านต้องการ

เมื่อร้านเห็นว่าระบบทำงานได้ดี จึงค่อยเพิ่มจำนวนเที่ยว


Dinomove ต้องการเป็นมากกว่าบริษัทขนส่ง

แนวคิดของโครงการนี้ไม่ใช่แค่

“ร้านจ้าง Dinomove ส่งรถ”

แต่เป็น

“ร้านมี Dinomove เป็น Partner ด้านการขนส่ง”

ร้านทำหน้าที่ขายรถและดูแลลูกค้า

Dinomove ดูแลเรื่องการรับรถและขนส่ง

เมื่อมีงานมากขึ้น ร้านก็สามารถส่งรถให้ลูกค้าได้มากขึ้น โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการจัดการขนส่งทุกเที่ยวด้วยตัวเอง


ตัวอย่างการทำงาน

1. ร้านขายรถ

ลูกค้าซื้อรถและอยู่คนละจังหวัด

↓

2. ร้านแจ้งงานกับ Dinomove

แจ้งข้อมูลรถ จุดรับ และจุดส่ง

↓

3. Dinomove นัดรับรถ

เข้ารับรถจากร้านตามวันที่ตกลง

↓

4. Dinomove ขนส่งรถ

นำรถไปยังจังหวัดปลายทาง

↓

5. ส่งมอบให้ลูกค้า

ดำเนินการส่งรถตามรายละเอียดของงาน

↓

6. บันทึกยอดค่าขนส่ง

หากร้านมีเครดิต ยอดค่าขนส่งจะถูกบันทึกไว้ในบัญชีของร้าน

↓

7. ชำระตามรอบ

ร้านชำระยอดรวมตามเงื่อนไขที่ตกลงกับ Dinomove


เรากำลังมองหาร้านมอเตอร์ไซค์ที่สนใจร่วมโครงการ

Dinomove ต้องการเริ่มต้นจากร้านจำนวนไม่มาก เพื่อทดลองระบบและพัฒนารูปแบบการทำงานร่วมกัน

หากร้านของคุณมีการส่งรถให้ลูกค้าต่างจังหวัดเป็นประจำ และต้องการ

“ส่งรถก่อน แล้วบริหารค่าขนส่งเป็นรอบ”

เรายินดีพูดคุยรายละเอียดกับร้านของคุณ

ไม่ว่าจะเป็นร้านเล็ก ร้านใหญ่ ร้านมือสอง หรือร้าน Big Bike

เริ่มต้นจากการทดลองใช้บริการก่อนก็ได้

จากนั้นหากทั้งสองฝ่ายเห็นว่าเหมาะสม จึงพัฒนาไปสู่การเป็น Dinomove Dealer Partner


สนใจร่วมโครงการ

ติดต่อ Dinomove เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับ

  • รูปแบบการส่งรถ
  • จำนวนเที่ยวต่อเดือน
  • วงเงินที่เหมาะสม
  • ระยะเวลาเครดิต
  • เงื่อนไขการชำระเงิน
  • ข้อตกลงระหว่างร้านกับ Dinomove

Dinomove – ขนส่งทุกสิ่ง ด้วยใจ และพลัง!


24/08/2026
Dinomove-Motorcycle-Transport-1200x675.jpeg

ซื้อ–ขายมอเตอร์ไซค์ เก็บเงินปลายทาง กับ Dinomove

การซื้อ–ขายมอเตอร์ไซค์ระหว่างจังหวัดอาจทำให้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายมีความกังวล โดยเฉพาะกรณีที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ผู้ซื้ออาจไม่มั่นใจว่าจะได้รับรถตรงตามที่ตกลงหรือไม่ ขณะที่ผู้ขายก็อาจกังวลเรื่องการส่งรถไปแล้วจะได้รับเงินหรือไม่

Dinomove จึงมีบริการช่วยประสานงานการซื้อ–ขายและขนส่งมอเตอร์ไซค์ เพื่อให้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายสามารถซื้อขายรถระหว่างจังหวัดได้สะดวกและเป็นระบบมากขึ้น

หลักสำคัญของบริการคือ ผู้ซื้อและผู้ขายชำระค่ารถให้กันโดยตรง โดย Dinomove ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานและผู้ให้บริการขนส่ง ช่วยดูแลขั้นตอนต่าง ๆ ตามขอบเขตและเงื่อนไขของบริการ

ซื้อ–ขายมอเตอร์ไซค์ เก็บเงินปลายทาง กับ Dinomove
ซื้อ–ขายมอเตอร์ไซค์ เก็บเงินปลายทาง กับ Dinomove

ซื้อขายรถอย่างไรให้ทั้งสองฝ่ายสบายใจ?

แนวทางของ Dinomove คือการแยก “ราคามอเตอร์ไซค์” ออกจาก “ค่าขนส่ง” อย่างชัดเจน

ราคาที่ผู้ซื้อและผู้ขายตกลงกัน คือราคาของรถโดยตรง ส่วนค่าขนส่งเป็นค่าใช้บริการของ Dinomove และเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย ผู้ซื้อและผู้ขายร่วมกันรับผิดชอบค่าขนส่งคนละครึ่ง

ตัวอย่างเช่น

ราคามอเตอร์ไซค์ 80,000 บาท
ค่าขนส่ง 4,000 บาท

ผู้ซื้อและผู้ขายรับผิดชอบค่าขนส่งฝ่ายละ 2,000 บาท

ส่วนเงินค่ารถจำนวน 80,000 บาท ผู้ซื้อจะชำระให้ผู้ขายโดยตรงตามขั้นตอนของการซื้อ–ขาย

ค่ารถไม่รวมกับค่าขนส่ง

การแยกค่าใช้จ่ายออกจากกันช่วยให้ทุกฝ่ายเห็นตัวเลขอย่างชัดเจน ลดความเข้าใจผิด และทำให้ทราบว่าจำนวนเงินส่วนใดเป็นค่ารถ และจำนวนเงินส่วนใดเป็นค่าขนส่ง


ขั้นตอนบริการซื้อ–ขายมอเตอร์ไซค์กับ Dinomove

1. Dinomove สร้างกลุ่ม LINE

เมื่อผู้ซื้อและผู้ขายตกลงที่จะใช้บริการ Dinomove ทางทีมงานจะสร้าง กลุ่ม LINE สำหรับรายการซื้อ–ขาย โดยมีผู้ซื้อ ผู้ขาย และ Dinomove อยู่ในกลุ่มเดียวกัน

การทำงานผ่านกลุ่มเดียวกันช่วยให้ทุกฝ่ายรับทราบข้อมูลและการนัดหมายร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดรถ ราคาซื้อขาย ค่าขนส่ง วันรับรถ และสถานที่จัดส่ง

ช่วยให้การประสานงานมีความชัดเจนและลดปัญหาการสื่อสารที่คลาดเคลื่อน


2. ผู้ซื้อและผู้ขายตกลงราคารถและรายละเอียดการซื้อขาย

ผู้ซื้อและผู้ขายเป็นผู้ตกลงรายละเอียดการซื้อขายกันโดยตรง เช่น

  • ราคามอเตอร์ไซค์
  • รุ่นและรายละเอียดรถ
  • เงื่อนไขการซื้อขาย
  • สถานที่รับรถ
  • สถานที่ส่งรถ
  • วันและเวลาที่ต้องการให้ดำเนินการ

เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันได้แล้ว Dinomove จะช่วยประสานงานเพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการจองบริการขนส่ง

Dinomove ไม่ใช่ผู้กำหนดราคาซื้อขายรถ ราคามอเตอร์ไซค์เป็นข้อตกลงโดยตรงระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย


3. ผู้ซื้อและผู้ขายร่วมกันออกค่าขนส่งคนละครึ่ง เพื่อจองบริการ

เพื่อช่วยป้องกันการยกเลิกซื้อ–ขายหลังจากตกลงกันแล้ว ผู้ซื้อและผู้ขายต้องร่วมกันชำระค่าขนส่งคนละครึ่งตามเงื่อนไขของบริการ

ค่าขนส่งส่วนนี้ถือเป็น การยืนยันและจองบริการขนส่งกับ Dinomove

ตัวอย่างเช่น

ค่าขนส่งทั้งหมด 4,000 บาท

ผู้ซื้อชำระ 2,000 บาท
ผู้ขายชำระ 2,000 บาท

รวมเป็นค่าขนส่ง 4,000 บาท

การให้ทั้งสองฝ่ายร่วมออกค่าขนส่งคนละครึ่ง ทำให้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายมีส่วนร่วมในการยืนยันรายการ และช่วยลดปัญหาการตกลงซื้อขายแล้วฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเปลี่ยนใจในภายหลัง

ค่าขนส่งเป็นค่าขนส่ง ไม่ใช่เงินค่ารถ และไม่นำไปรวมกับราคามอเตอร์ไซค์


4. Dinomove เข้ารับรถและตรวจสอบสภาพก่อนขนส่ง

เมื่อได้รับการยืนยันบริการแล้ว Dinomove จะเข้ารับรถตามวัน เวลา และสถานที่ที่ตกลงกัน

ก่อนนำรถออกเดินทาง Dinomove จะตรวจสอบและบันทึกสภาพรถตามขอบเขตของบริการ เช่น

  • สภาพภายนอกของรถ
  • รอยขีดข่วนหรือความเสียหายที่มองเห็นได้
  • อุปกรณ์ที่ส่งมอบพร้อมรถ
  • ข้อมูลรถที่เกี่ยวข้อง
  • ภาพถ่ายสภาพรถก่อนการขนส่ง

ข้อมูลและภาพถ่ายเหล่านี้ช่วยให้มีหลักฐานประกอบการส่งมอบรถ และช่วยให้ผู้ซื้อสามารถเปรียบเทียบสภาพรถเมื่อถึงปลายทางได้ง่ายขึ้น


5. Dinomove ขนส่งรถถึงปลายทาง

หลังจากรับรถเรียบร้อยแล้ว Dinomove จะดำเนินการขนส่งมอเตอร์ไซค์ไปยังสถานที่ปลายทางตามที่ตกลงกันไว้

เมื่อรถถึงปลายทาง Dinomove จะแจ้งผู้ซื้อเพื่อดำเนินการตรวจสอบรถ


6. ผู้ซื้อตรวจสอบรถก่อนชำระเงินค่ารถ

เมื่อรถถึงมือผู้ซื้อ ผู้ซื้อสามารถตรวจสอบสภาพรถก่อนชำระเงินค่ารถให้ผู้ขายโดยตรง

ผู้ซื้อควรตรวจสอบรายละเอียดต่าง ๆ ที่ได้ตกลงกับผู้ขายไว้ เช่น รุ่น สี อุปกรณ์ และสภาพโดยรวมของรถ

เมื่อผู้ซื้อพอใจและยืนยันการรับรถแล้ว จึงดำเนินการ ชำระเงินค่ารถให้ผู้ขายโดยตรง

Dinomove ไม่ได้รับเงินค่ารถแทนผู้ซื้อหรือผู้ขาย


7. ผู้ขายได้รับเงินและ Dinomove ส่งมอบรถ

เมื่อผู้ซื้อชำระเงินค่ารถให้ผู้ขายโดยตรง และผู้ขายยืนยันการได้รับเงินแล้ว Dinomove จึงดำเนินการส่งมอบรถให้ผู้ซื้อ

เมื่อรถถูกส่งมอบเรียบร้อยแล้ว ถือเป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการให้บริการ


ทำไมต้องแยกค่ารถกับค่าขนส่ง?

Dinomove แนะนำให้ผู้ซื้อและผู้ขายแยกเงินออกเป็น 2 ส่วนอย่างชัดเจน

1. ราคามอเตอร์ไซค์

เป็นเงินที่ผู้ซื้อและผู้ขายตกลงกันโดยตรง

ผู้ซื้อ → ผู้ขาย

2. ค่าขนส่ง

เป็นค่าใช้บริการขนส่งของ Dinomove โดยผู้ซื้อและผู้ขาย ร่วมกันรับผิดชอบคนละครึ่ง

ผู้ซื้อ + ผู้ขาย → ค่าขนส่ง Dinomove

การแยกเงินทั้งสองส่วนออกจากกัน ทำให้การซื้อขายมีความชัดเจน และลดโอกาสเกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับจำนวนเงินที่ต้องชำระ


Dinomove ทำหน้าที่อะไร?

Dinomove ทำหน้าที่เป็น ผู้ประสานงานและผู้ให้บริการขนส่ง ช่วยให้กระบวนการซื้อ–ขายดำเนินไปตามขั้นตอนที่กำหนด

หน้าที่ของ Dinomove ได้แก่

  • สร้างกลุ่ม LINE สำหรับผู้ซื้อ ผู้ขาย และ Dinomove
  • ช่วยประสานงานระหว่างทั้งสองฝ่าย
  • ประสานรายละเอียดการรับและส่งรถ
  • รับรถจากผู้ขาย
  • ตรวจสอบและบันทึกสภาพรถก่อนขนส่ง
  • ขนส่งรถไปยังผู้ซื้อ
  • ประสานงานการตรวจสอบรถเมื่อถึงปลายทาง
  • ส่งมอบรถหลังจากกระบวนการชำระเงินระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายเสร็จสิ้น

Dinomove ไม่ได้รับเงินค่ารถแทนผู้ซื้อหรือผู้ขาย

การชำระเงินค่ารถเป็นการชำระ โดยตรงระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย


ไม่มีค่าดำเนินการเพิ่มเติม

สำหรับบริการช่วยประสานงานการซื้อ–ขายนี้ Dinomove ไม่มีค่าดำเนินการเพิ่มเติม นอกเหนือจากค่าขนส่งที่ตกลงกัน

ผู้ซื้อและผู้ขายจึงไม่ต้องจ่ายค่าบริการคนกลางเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม หากมีการยืนยันรายการและชำระค่าขนส่งเพื่อจองบริการแล้ว แต่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ยกเลิกการซื้อ–ขายโดยไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด Dinomove ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่คืนเงินค่าจองบริการในส่วนที่ชำระแล้ว เพื่อเป็นค่าดำเนินการและค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการเตรียมงาน การประสานงาน และการสำรองการขนส่ง

เงื่อนไขดังกล่าวจะแจ้งให้ผู้ซื้อและผู้ขายทราบก่อนยืนยันการใช้บริการ


สรุปขั้นตอนแบบเข้าใจง่าย

ผู้ซื้อ + ผู้ขายตกลงซื้อขาย
↓
Dinomove สร้างกลุ่ม LINE
↓
ตกลงราคามอเตอร์ไซค์และค่าขนส่ง
↓
ผู้ซื้อ + ผู้ขาย ออกค่าขนส่งคนละครึ่งเพื่อจองบริการ
↓
Dinomove เข้ารับรถ
↓
ตรวจสอบและบันทึกสภาพรถก่อนขนส่ง
↓
Dinomove ขนส่งรถถึงผู้ซื้อ
↓
ผู้ซื้อตรวจสอบรถ
↓
ผู้ซื้อชำระค่ารถให้ผู้ขายโดยตรง
↓
ผู้ขายยืนยันได้รับเงิน
↓
Dinomove ส่งมอบรถให้ผู้ซื้อ
↓

✅ เสร็จสิ้นการซื้อ–ขายและการขนส่ง


ซื้อรถต่างจังหวัด ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปรับเอง

การซื้อ–ขายมอเตอร์ไซค์ระหว่างจังหวัดไม่จำเป็นต้องทำให้ผู้ซื้อและผู้ขายต้องเดินทางมาเจอกันด้วยตัวเองเสมอไป

Dinomove ช่วยจัดการด้านการประสานงานและการขนส่ง ตั้งแต่รับรถจากผู้ขายจนถึงส่งมอบให้ผู้ซื้อ

ผู้ซื้อไม่ต้องเดินทางไปรับรถเอง
ผู้ขายไม่ต้องเดินทางไปส่งรถเอง
ค่ารถชำระกันโดยตรง
ค่าขนส่งแบ่งรับผิดชอบคนละครึ่ง
มี Dinomove ช่วยประสานงานตลอดกระบวนการ

Dinomove

ทำให้บริการซื้อ–ขายมอเตอร์ไซค์ระหว่างจังหวัด ให้เป็นเรื่องง่ายขึ้น

Dinomove – ขนส่งทุกสิ่ง ด้วยใจ และ พลัง!


ส่งรถมอเตอร์ไซค์ เก็บเงินค่าขนส่งปลายทาง
ส่งรถมอเตอร์ไซค์ เก็บเงินค่าขนส่งปลายทาง

กรณียกเลิกการซื้อ–ขายและค่าขนส่งรถกลับ

หากรถถูกส่งถึงปลายทางแล้วเกิดการยกเลิกการซื้อ–ขาย และจำเป็นต้องขนส่งรถกลับไปยังผู้ขาย Dinomove จะพิจารณาความรับผิดชอบตามสาเหตุของการยกเลิก เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย

1. ผู้ซื้อเปลี่ยนใจหรือปฏิเสธรับรถโดยไม่มีเหตุจากตัวรถ

หากรถมีรายละเอียดและสภาพตรงตามที่ผู้ซื้อและผู้ขายตกลงกันไว้ แต่ผู้ซื้อเปลี่ยนใจหรือปฏิเสธรับรถโดยไม่มีเหตุอันเกิดจากตัวรถ

ผู้ซื้อเป็นผู้รับผิดชอบค่าขนส่งรถกลับทั้งหมด รวมถึงค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเพิ่มเติมจากการยกเลิก เช่น ค่าเก็บรักษารถ หากมี

และ Dinomove ขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนค่าจองบริการที่ผู้ซื้อชำระไว้แล้ว

2. ผู้ขายแจ้งข้อมูลรถไม่ตรงกับความเป็นจริง

หากผู้ซื้อปฏิเสธรับรถเนื่องจากพบว่า รถมีรายละเอียดสำคัญหรือสภาพไม่ตรงกับข้อมูลที่ผู้ขายแจ้งและตกลงกันไว้ก่อนเริ่มบริการ

ในกรณีนี้ ผู้ขายเป็นผู้รับผิดชอบค่าขนส่งรถกลับ รวมถึงค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการส่งรถกลับตามจริง

โดย Dinomove จะตรวจสอบข้อมูลและหลักฐาน เช่น ข้อมูลการตกลงซื้อขาย ภาพถ่ายก่อนรับรถ และสภาพรถ ณ จุดส่งมอบ เพื่อประกอบการพิจารณา

3. ยกเลิกโดยความผิดของ Dinomove

หากการยกเลิกเกิดจากความผิดหรือความบกพร่องของ Dinomove เอง Dinomove จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการแก้ไขหรือขนส่งกลับตามความเหมาะสมและตามเงื่อนไขบริการ

4. ทั้งสองฝ่ายตกลงยกเลิกโดยไม่มีฝ่ายใดเป็นผู้ผิด

หากผู้ซื้อและผู้ขาย ตกลงยกเลิกการซื้อ–ขายร่วมกัน โดยไม่สามารถระบุได้ว่าฝ่ายใดเป็นผู้ผิด ทั้งสองฝ่ายสามารถตกลงกันเรื่องค่าขนส่งรถกลับได้

หากตกลงกันไม่ได้ Dinomove จะพิจารณาตามเงื่อนไขที่แจ้งไว้ก่อนเริ่มบริการและหลักฐานของรายการซื้อ–ขาย


หลักการสำคัญ

ใครเป็นเหตุให้การซื้อ–ขายต้องยกเลิก → ฝ่ายนั้นรับผิดชอบค่าขนส่งรถกลับ

เพื่อความชัดเจน Dinomove จะบันทึกสภาพรถก่อนรับรถ และบันทึกสภาพรถเมื่อถึงปลายทาง เพื่อให้มีข้อมูลประกอบการพิจารณาหากเกิดข้อโต้แย้ง

หมายเหตุ: Dinomove ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานและผู้ให้บริการขนส่ง ไม่ใช่ผู้ตัดสินข้อพิพาทระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย หากมีข้อโต้แย้ง ทั้งสองฝ่ายควรพยายามตกลงกันโดยอาศัยข้อมูลและหลักฐานที่มี


13/08/2026
Harley-Davidson-1200x1600.jpg

Case Study: ขนส่งรถ Harley-Davidson จากอุบลราชธานี → เชียงใหม่

งานด่วน ลูกค้าต้องเดินทางกลับเชียงใหม่ในเวลาใกล้เคียงกัน — Dinomove ปรับรูปแบบรถขนส่งให้เหมาะกับสถานการณ์

Harley-Davidson Transport
Harley-Davidson Transport

ภาพรวมงาน

Dinomove ได้รับงานขนส่งรถจักรยานยนต์ Harley-Davidson จากจังหวัดอุบลราชธานี ปลายทางจังหวัดเชียงใหม่

งานนี้มีข้อจำกัดด้านเวลา เนื่องจากลูกค้ามีกำหนดเดินทางกลับจังหวัดเชียงใหม่เช่นกัน และไม่สามารถรอการขนส่งเป็นเวลานานได้

รายการรายละเอียด
ภารกิจขนส่งรถ Harley-Davidson
ต้นทางจังหวัดอุบลราชธานี
ปลายทางจังหวัดเชียงใหม่
ลักษณะงานงานด่วน ลูกค้ามีกำหนดเดินทางกลับเชียงใหม่และไม่สามารถรอขนส่งเป็นเวลานาน
ความท้าทายต้องจัดรถให้เหมาะสมกับเวลาและสถานการณ์ของลูกค้า
แนวทางแก้ไขDinomove เสนอปรับจากรถตู้ (Van) เป็นรถกระบะตู้ทึบ
ประเภทรถที่ให้บริการรถกระบะตู้ทึบ
การตอบรับของลูกค้าลูกค้าตกลงเลือกใช้รถกระบะตู้ทึบ ไม่มีปัญหาหรือข้อกังวลเพิ่มเติม
สถานะภารกิจดำเนินการขนส่งเสร็จสิ้นเรียบร้อย
ผลลัพธ์สามารถจัดรูปแบบการขนส่งให้เหมาะกับงานด่วนและข้อจำกัดด้านเวลาของลูกค้า

Case Study
Case Study

ความท้าทายของงาน

ความท้าทายหลักของงานนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องระยะทาง แต่เป็นเรื่อง เวลาในการดำเนินงาน

ลูกค้าจำเป็นต้องเดินทางกลับเชียงใหม่ และไม่มีเวลารอขนส่งเป็นเวลานาน ดังนั้น Dinomove จึงต้องพิจารณาทางเลือกของรถที่สามารถรองรับรถจักรยานยนต์ได้อย่างเหมาะสม พร้อมทั้งช่วยให้การจัดงานมีความคล่องตัวมากขึ้น

เดิมมีการพูดถึงการใช้ รถตู้ (Van) สำหรับงานลักษณะนี้ แต่เมื่อพิจารณาจากเงื่อนไขของงานและความพร้อมของรถในช่วงเวลานั้น Dinomove จึงเสนอทางเลือกเป็น รถกระบะตู้ทึบ แทน


แนวทางการแก้ปัญหา

Dinomove อธิบายทางเลือกให้ลูกค้าทราบ และเสนอให้ใช้ รถกระบะตู้ทึบ สำหรับการขนส่งรถ Harley-Davidson

ข้อดีของการปรับรูปแบบรถในครั้งนี้ คือสามารถจัดรถให้เหมาะกับสถานการณ์ของงานได้มากขึ้น โดยยังคำนึงถึงการปกป้องรถระหว่างการเดินทาง

หลังจากพูดคุยรายละเอียดกับลูกค้าแล้ว

ลูกค้าตกลงเลือกใช้รถกระบะตู้ทึบ และไม่มีปัญหาหรือข้อกังวลเพิ่มเติม

จากนั้นจึงดำเนินการจัดเตรียมงานและประสานงานตามแผนที่ตกลงกัน


Dinomove Harley-Davidson Transport
Dinomove Harley-Davidson Transport

ทำไม Dinomove จึงเลือกเสนอรถกระบะตู้ทึบ?

สำหรับงานขนส่งรถจักรยานยนต์ สิ่งสำคัญไม่ได้มีเพียงว่า “มีรถอะไรให้ใช้” แต่ต้องดูว่า รถประเภทไหนเหมาะกับสถานการณ์ของงานในเวลานั้น

ในเคสนี้ Dinomove พิจารณาจาก

  • ความเร่งด่วนของงาน
  • กำหนดการเดินทางของลูกค้า
  • ความพร้อมของรถขนส่ง
  • ความเหมาะสมในการบรรทุกรถจักรยานยนต์
  • ความปลอดภัยของรถระหว่างการเดินทาง
  • ความสะดวกของลูกค้าในการวางแผนการเดินทาง

จึงเสนอรถกระบะตู้ทึบเป็นทางเลือกให้ลูกค้าพิจารณา


ผลลัพธ์ของงาน

การปรับรูปแบบรถขนส่งทำให้สามารถแก้ไขข้อจำกัดด้านเวลาได้โดยไม่ทำให้ลูกค้าต้องเปลี่ยนแผนการเดินทางของตัวเองมากเกินไป

ลูกค้ารับทราบรายละเอียดและ ยืนยันเลือกใช้รถกระบะตู้ทึบ สำหรับงานนี้

เคสนี้จึงเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการทำงานที่ Dinomove ไม่ได้ยึดติดกับรถขนส่งเพียงรูปแบบเดียว แต่พยายามเลือกทางออกที่เหมาะสมกับ สินค้า เวลา และสถานการณ์จริงของลูกค้า


สิ่งที่เราเรียนรู้จากเคสนี้

งานขนส่งแต่ละงานมีเงื่อนไขแตกต่างกัน

บางครั้งรถที่ลูกค้าคิดไว้ในตอนแรกอาจไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับสถานการณ์จริง การพูดคุยและประเมินหน้างานจึงมีความสำคัญ

สำหรับงานนี้ การเปลี่ยนจากรถตู้เป็นรถกระบะตู้ทึบไม่ได้เกิดจากการเปลี่ยนแผนแบบสุ่ม แต่เป็นการปรับรูปแบบการขนส่งให้สอดคล้องกับข้อจำกัดด้านเวลาและความพร้อมในการให้บริการ

หัวใจสำคัญคือการหาวิธีที่เหมาะกับงานจริง และทำให้ลูกค้าสามารถเดินทางต่อได้ตามแผน


สรุป Case Study

Harley-Davidson | อุบลราชธานี → เชียงใหม่

จากงานด่วนที่ลูกค้ามีเวลาจำกัด Dinomove ได้ประเมินสถานการณ์และเสนอทางเลือกจาก รถตู้ (Van) เป็น รถกระบะตู้ทึบ

ลูกค้าพิจารณาแล้วเห็นด้วยและไม่มีปัญหาในการใช้รถประเภทดังกล่าว ทำให้สามารถเดินหน้าการขนส่งตามแผนได้

Dinomove – ขนส่งทุกสิ่ง ด้วยใจ และ พลัง!

บริการที่เกี่ยวข้อง

หมายเหตุ: รูปแบบรถที่เหมาะสมจะพิจารณาตามประเภท ขนาด น้ำหนัก ลักษณะของรถ จุดรับ–ส่ง และเงื่อนไขด้านเวลาของแต่ละงาน


ติดต่อและติดตามเรา (Contact & Social)