06/09/2026
pickup-truck-load-capacity-price-1200x900.jpg

ราคาค่าบริการรถกระบะขนของ แตกต่างกันตามช่วงน้ำหนักบรรทุก 1 ตัน, 1–2 ตัน และ 2–4 ตัน

การเลือกใช้ รถกระบะรับจ้างขนของ นอกจากต้องพิจารณาว่ารถสามารถบรรทุกสิ่งของได้มากเพียงใดแล้ว อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือ ราคาค่าบริการ ซึ่งอาจแตกต่างกันตามประเภทของรถและช่วงน้ำหนักบรรทุก

โดยเฉพาะงานขนย้ายบ้าน ย้ายหอ ย้ายสำนักงาน และขนส่งสินค้า หากสิ่งของมีน้ำหนักหรือปริมาณมากขึ้น อาจจำเป็นต้องเลือกใช้รถที่มีความสามารถในการรองรับงานบรรทุกสูงขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนการให้บริการแตกต่างกัน

สำหรับการวางแผนงานของ Dinomove สามารถแบ่งรถสำหรับงานขนส่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

  • รถกระบะมาตรฐาน: ประมาณ 1 ตัน
  • รถกระบะดัดแปลง เปลี่ยนล้อบรรทุก: ประมาณ 1–2 ตัน
  • รถกระบะดัดแปลง เปลี่ยนล้อและเปลี่ยนเพลาบรรทุก: ประมาณ 2–4 ตัน

หมายเหตุ: ช่วงน้ำหนักดังกล่าวใช้สำหรับอธิบายประเภทงานและการประเมินบริการ ไม่ใช่การรับรองพิกัดตามกฎหมายของรถทุกคัน พิกัดบรรทุกจริงต้องพิจารณารถแต่ละคัน รวมถึงโครงสร้าง เพลา ล้อ ยาง ระบบเบรก การดัดแปลง และเอกสารทะเบียนรถ


ราคาค่าบริการรถกระบะขนของคิดจากอะไร?

หลายคนอาจเข้าใจว่าค่ารถรับจ้างคำนวณจากระยะทางเพียงอย่างเดียว แต่ในความเป็นจริง ราคาค่าบริการขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย

ปัจจัยหลัก ได้แก่

  • ประเภทและขนาดของรถ
  • ช่วงน้ำหนักบรรทุก
  • ปริมาณสิ่งของ
  • ขนาดของสิ่งของ
  • ระยะทาง
  • จำนวนเที่ยว
  • จุดรับและจุดส่ง
  • จำนวนแรงงานที่ต้องใช้
  • ชั้นของอาคาร
  • มีลิฟต์หรือไม่
  • ความสะดวกในการเข้าถึงพื้นที่
  • ลักษณะของสิ่งของ
  • ระยะเวลาในการขนย้าย

ดังนั้นงานที่มีน้ำหนักเท่ากัน อาจมีราคาค่าบริการแตกต่างกันได้


ราคาค่าบริการตามช่วงน้ำหนักบรรทุก

เพื่อให้ลูกค้าเข้าใจง่าย สามารถแบ่งงานออกเป็น 3 ช่วงหลัก

ช่วงน้ำหนักประเภทรถระดับค่าบริการ
ไม่เกินประมาณ 1 ตันรถกระบะมาตรฐานระดับพื้นฐาน
ประมาณ 1–2 ตันรถกระบะดัดแปลง เปลี่ยนล้อบรรทุกสูงขึ้นตามประเภทงาน
ประมาณ 2–4 ตันรถกระบะดัดแปลง เปลี่ยนล้อและเพลาบรรทุกสูงขึ้นสำหรับงานบรรทุกหนัก

ตารางนี้ใช้เพื่อช่วยให้ลูกค้าเข้าใจ โครงสร้างของค่าบริการ ไม่ควรนำไปตีความว่าเป็นราคาตายตัวของทุกเส้นทาง


1. รถกระบะมาตรฐาน ประมาณ 1 ตัน

รถกระบะมาตรฐานเหมาะกับงานขนของทั่วไปที่มีน้ำหนักและปริมาณไม่มากจนเกินไป

ตัวอย่างงาน ได้แก่

  • ย้ายหอพัก
  • ย้ายคอนโด
  • ขนของใช้ส่วนตัว
  • ขนกล่อง
  • ขนเฟอร์นิเจอร์
  • ขนเครื่องใช้ไฟฟ้า
  • ขนสินค้า
  • ขนของทั่วไป

ค่าบริการรถกระบะ 1 ตัน

รถกระบะมาตรฐานอยู่ในกลุ่มที่เหมาะกับงานขนส่งทั่วไป จึงสามารถใช้เป็นตัวเลือกพื้นฐานสำหรับลูกค้าที่มีสิ่งของไม่มาก

แต่ราคาจะไม่ได้ขึ้นอยู่กับน้ำหนักเพียงอย่างเดียว

ตัวอย่างเช่น

งาน A: ขนของ 500 กิโลกรัม ระยะทางใกล้ และจุดรับส่งสะดวก

อาจมีต้นทุนต่ำกว่า

งาน B: ขนของ 500 กิโลกรัม ระยะทางไกล ต้องขึ้นลงอาคาร และต้องใช้แรงงานช่วยยก

ดังนั้นแม้น้ำหนักเท่ากัน แต่ค่าบริการอาจแตกต่างกัน


2. รถกระบะดัดแปลง เปลี่ยนล้อบรรทุก ประมาณ 1–2 ตัน

เมื่อปริมาณหรือน้ำหนักของสิ่งของเพิ่มขึ้น อาจต้องเลือกรถที่เหมาะกับงานบรรทุกมากขึ้น

รถกระบะดัดแปลง เปลี่ยนล้อบรรทุก สามารถใช้เป็นกลุ่มรถสำหรับงานประมาณ 1–2 ตันตามการประเมินประเภทบริการของ Dinomove

เหมาะกับงาน เช่น

ทำไมราคาจึงแตกต่างจากรถกระบะมาตรฐาน?

รถสำหรับงานบรรทุกที่มีความสามารถสูงขึ้นอาจมีต้นทุนการให้บริการแตกต่างจากรถกระบะมาตรฐาน เช่น

  • ต้นทุนรถ
  • ต้นทุนล้อและยาง
  • การดูแลช่วงล่าง
  • การสึกหรอ
  • น้ำมันเชื้อเพลิง
  • ปริมาณสิ่งของที่รองรับ
  • ลักษณะงานที่ต้องใช้รถ

ดังนั้น รถที่มีความสามารถในการบรรทุกต่างกัน จึงอาจมีค่าบริการต่างกัน


3. รถกระบะดัดแปลง เปลี่ยนล้อและเพลาบรรทุก ประมาณ 2–4 ตัน

สำหรับงานที่มีน้ำหนักมากขึ้น อาจต้องเลือกใช้รถที่เหมาะกับงานบรรทุกหนัก

ในกลุ่มการให้บริการของ Dinomove สามารถจัด รถกระบะดัดแปลง เปลี่ยนล้อและเพลาบรรทุก ไว้สำหรับงานประมาณ 2–4 ตัน โดยต้องประเมินรถและพิกัดจริงเป็นรายคัน

เหมาะกับงาน เช่น

  • ย้ายบ้านขนาดใหญ่
  • ย้ายสำนักงาน
  • ขนเฟอร์นิเจอร์จำนวนมาก
  • ขนสินค้าจำนวนมาก
  • ขนวัสดุ
  • ขนเครื่องจักรบางประเภท
  • ขนสินค้าจากโรงงาน
  • งานขนส่งที่มีน้ำหนักสูง

ค่าบริการรถ 2–4 ตัน

รถในกลุ่มนี้เหมาะกับงานที่ต้องรองรับน้ำหนักและปริมาณสินค้ามากขึ้น จึงมีต้นทุนการให้บริการแตกต่างจากรถกระบะมาตรฐาน

ลูกค้าจึงควรแจ้งน้ำหนักและลักษณะสิ่งของก่อนจอง เพื่อให้เลือกประเภทรถได้เหมาะสม


น้ำหนักบรรทุกมากขึ้น ราคาจะสูงขึ้นเสมอหรือไม่?

ไม่จำเป็นเสมอไป

น้ำหนักเป็นเพียงหนึ่งในปัจจัยของการคำนวณค่าบริการ

ราคายังขึ้นอยู่กับระยะทางและลักษณะงานด้วย

ตัวอย่างเช่น

งานที่ 1

ของหนัก 1 ตัน แต่เดินทางระยะใกล้และขนของง่าย

งานที่ 2

ของหนัก 700 กิโลกรัม แต่เดินทางข้ามจังหวัดและต้องใช้แรงงานหลายคน

แม้งานที่ 1 จะมีน้ำหนักมากกว่า แต่งานที่ 2 อาจมีต้นทุนรวมสูงกว่าได้

ดังนั้นการประเมินราคาควรพิจารณา ภาพรวมของงาน ไม่ใช่เฉพาะน้ำหนัก


ทำไมต้องแจ้งน้ำหนักก่อนขอราคา?

การแจ้งน้ำหนักโดยประมาณช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถประเมินได้ว่า ควรใช้รถประเภทใด

ตัวอย่าง

ประมาณ 500 กก.
อาจเหมาะกับรถกระบะมาตรฐาน

ประมาณ 1.5 ตัน
อาจต้องพิจารณารถในกลุ่ม 1–2 ตัน

ประมาณ 3 ตัน
ควรพิจารณารถที่เหมาะกับงานบรรทุกหนักในกลุ่ม 2–4 ตันหรือรถบรรทุกประเภทอื่นตามความเหมาะสม

การเลือกรถที่เหมาะสมช่วยลดปัญหา เช่น

  • รถเล็กเกินไป
  • ต้องขนหลายเที่ยว
  • ของขึ้นรถไม่หมด
  • ต้องเปลี่ยนรถหน้างาน
  • ใช้เวลาในการขนย้ายนานขึ้น

น้ำหนักเท่ากัน แต่ราคาต่างกันได้

สิ่งสำคัญที่ลูกค้าควรเข้าใจคือ น้ำหนักไม่ได้เป็นตัวกำหนดราคาทั้งหมด

ตัวอย่างเช่น งานขนของน้ำหนัก 1 ตัน อาจมีรายละเอียดแตกต่างกันดังนี้

งาน A

บ้านชั้นเดียว รถจอดหน้าบ้านได้ ขนของขึ้นรถง่าย

งาน B

คอนโดชั้น 10 ต้องใช้ลิฟต์ ขนของเป็นระยะไกล และมีเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่

แม้น้ำหนักรวมใกล้เคียงกัน แต่ต้นทุนแรงงานและเวลาต่างกัน ดังนั้นค่าบริการจึงอาจแตกต่างกัน


ขนาดสิ่งของก็มีผลต่อค่าบริการ

นอกจากน้ำหนักแล้ว ปริมาตรของสิ่งของ ก็มีความสำคัญ

ของบางชนิดน้ำหนักไม่มาก แต่ใช้พื้นที่บนรถมาก เช่น

  • โซฟา
  • ที่นอน
  • ตู้เสื้อผ้า
  • โต๊ะ
  • ชั้นวางของ
  • เฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่

ในขณะที่ของบางชนิดมีขนาดไม่ใหญ่มากแต่มีน้ำหนักสูง เช่น

  • เหล็ก
  • เครื่องจักร
  • วัสดุก่อสร้าง
  • อุปกรณ์อุตสาหกรรม

ดังนั้นการประเมินรถควรดูทั้ง น้ำหนักและปริมาตร


ค่าแรงยกของกับค่ารถเป็นคนละส่วนกัน

ในงานขนย้ายบางประเภท ลูกค้าอาจต้องการให้พนักงานช่วยยกและขนของ

ค่าใช้จ่ายจึงอาจประกอบด้วย

ค่ารถ + ค่าขนส่ง + ค่าแรงยกของ + ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามลักษณะงาน

ตัวอย่างงานที่อาจต้องใช้แรงงานมาก ได้แก่

  • ย้ายบ้านทั้งหลัง
  • ย้ายสำนักงาน
  • ยกตู้ขนาดใหญ่
  • ยกเครื่องใช้ไฟฟ้าหนัก
  • ขนของขึ้นลงอาคาร
  • ขนของจากพื้นที่ที่รถเข้าถึงยาก

ดังนั้นก่อนจองควรแจ้งว่าต้องการ รถพร้อมคนขับ หรือ รถพร้อมทีมช่วยขนย้าย


เลือกรถให้เหมาะกับงบประมาณ

การเลือกใช้รถที่เหมาะสมช่วยควบคุมต้นทุนได้

ของไม่มาก

เลือก รถกระบะมาตรฐานประมาณ 1 ตัน

เหมาะกับงานทั่วไปและช่วยลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น

ของปริมาณปานกลางถึงมาก

พิจารณา รถกระบะดัดแปลงประมาณ 1–2 ตัน

เหมาะกับงานที่มีของมากขึ้นและต้องการพื้นที่หรือความสามารถในการรองรับงานเพิ่มขึ้น

ของหนักและปริมาณมาก

พิจารณา รถดัดแปลงสำหรับงานบรรทุกหนักประมาณ 2–4 ตัน หรือรถบรรทุกประเภทอื่นตามความเหมาะสม

การใช้รถที่เหมาะสมอาจช่วยลดจำนวนเที่ยวและลดเวลาการขนส่งได้


Dinomove ประเมินราคาตามลักษณะงาน

Dinomove ให้บริการ รถรับจ้างขนของ ขนย้ายบ้าน ย้ายหอ ย้ายสำนักงาน และขนส่งสินค้า

การประเมินค่าบริการจะพิจารณาจากรายละเอียดของงาน เช่น

ประเภทของรถ

ช่วงน้ำหนักบรรทุก

ระยะทาง

ปริมาณสิ่งของ

จำนวนเที่ยว

จำนวนแรงงาน

ลักษณะสถานที่รับ-ส่ง

ความยากง่ายของงาน

จึงไม่ควรใช้ราคาเดียวกับทุกงาน เพราะแต่ละงานมีต้นทุนแตกต่างกัน


ข้อมูลที่ควรส่งเพื่อขอราคาค่าบริการ

หากต้องการให้ประเมินราคาได้ใกล้เคียงกับงานจริง ควรแจ้งข้อมูลดังนี้

1. จุดรับของ

บ้าน หอพัก คอนโด สำนักงาน โกดัง หรือโรงงาน

2. จุดส่งของ

จังหวัดและสถานที่ปลายทาง

3. รายการสิ่งของ

เช่น ตู้ เตียง โซฟา ตู้เย็น เครื่องซักผ้า และกล่อง

4. จำนวน

ระบุจำนวนชิ้นหรือจำนวนกล่อง

5. น้ำหนัก

แจ้งน้ำหนักโดยประมาณ หากทราบ

6. ขนาด

โดยเฉพาะของชิ้นใหญ่

7. จำนวนชั้น

กรณีต้องขนของขึ้นหรือลงอาคาร

8. ต้องการแรงงานหรือไม่

ระบุว่าต้องการเฉพาะรถหรือให้ช่วยยกของด้วย

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ประเมินประเภทรถและค่าบริการได้แม่นยำขึ้น


ตารางสรุปราคาตามช่วงน้ำหนัก

ช่วงน้ำหนักบรรทุกรถที่เหมาะสมระดับค่าบริการ
ประมาณ 1 ตันรถกระบะมาตรฐานราคากลุ่มพื้นฐาน
ประมาณ 1–2 ตันรถกระบะดัดแปลง เปลี่ยนล้อราคาสูงขึ้นตามประเภทงาน
ประมาณ 2–4 ตันรถดัดแปลง เปลี่ยนล้อและเพลาราคาสำหรับงานบรรทุกหนัก

ราคาจริงไม่ได้กำหนดจากน้ำหนักเพียงอย่างเดียว แต่ประเมินร่วมกับระยะทาง ประเภทงาน ปริมาณสิ่งของ จำนวนเที่ยว และแรงงาน


สรุป ราคาค่าบริการรถกระบะขนของ

ราคาค่าบริการรถรับจ้างจะแตกต่างกันตามประเภทของรถและช่วงน้ำหนักบรรทุก โดยสามารถแบ่งเพื่อการวางแผนงานได้เป็น 3 กลุ่มหลัก

รถกระบะมาตรฐาน — ประมาณ 1 ตัน
เหมาะกับงานขนของทั่วไป

รถกระบะดัดแปลง เปลี่ยนล้อบรรทุก — ประมาณ 1–2 ตัน
เหมาะกับงานที่มีปริมาณหรือน้ำหนักเพิ่มขึ้น

รถกระบะดัดแปลง เปลี่ยนล้อและเปลี่ยนเพลาบรรทุก — ประมาณ 2–4 ตัน
เหมาะกับงานขนส่งที่มีน้ำหนักมากและต้องใช้รถที่เหมาะกับงานบรรทุกหนัก

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรเลือกรถจากน้ำหนักเพียงอย่างเดียว ควรพิจารณาขนาดของสิ่งของ จำนวนเที่ยว ระยะทาง สถานที่รับ-ส่ง และจำนวนแรงงานร่วมด้วย

หากต้องการทราบราคาค่าบริการที่เหมาะกับงานของคุณ สามารถแจ้ง รายการสิ่งของ น้ำหนักโดยประมาณ ขนาดของชิ้นใหญ่ จุดรับ และจุดส่ง ให้ Dinomove ประเมินประเภทรถและค่าบริการก่อนจอง

Dinomove – ขนส่งทุกสิ่ง ด้วยใจ และ พลัง!


ติดต่อและติดตามเรา (Contact & Social)