30/08/2026
Motorcycle-Transport-1-1200x442.jpeg

รู้ทันกลโกงมิจฉาชีพขายรถมอเตอร์ไซค์มือสอง หลอกให้โอนมัดจำโดยอ้างเป็นบริษัทขนส่ง

การซื้อรถมอเตอร์ไซค์มือสองผ่าน Facebook Marketplace กลุ่มซื้อขายรถ หรือแพลตฟอร์มออนไลน์ เป็นช่องทางที่สะดวกและมีรถให้เลือกจำนวนมาก แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นช่องทางที่มิจฉาชีพใช้หลอกผู้ซื้อได้ง่ายเช่นกัน

หนึ่งในกลโกงที่น่ากังวลคือ การหลอกขายรถมอเตอร์ไซค์มือสอง แล้วสร้างเรื่องให้ผู้ซื้อเชื่อว่ามีบริษัทขนส่งเข้ามาเกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ ก่อนหลอกให้โอนเงินมัดจำ ค่าขนส่ง ค่าประกัน หรือค่าดำเนินการต่าง ๆ

บางกรณีมิจฉาชีพอาจอ้างชื่อบริษัทขนส่งจริง ใช้โลโก้ รูปภาพ ใบเสนอราคา หรือเอกสารที่ดูเหมือนเป็นของบริษัท เพื่อทำให้ผู้ซื้อคิดว่าการซื้อขายมีบุคคลที่สามคอยดูแล ทั้งที่จริงแล้วบริษัทขนส่งดังกล่าวไม่ได้เกี่ยวข้องกับการซื้อขายเลย

บทความนี้จะพาไปรู้จักรูปแบบกลโกง วิธีสังเกต และวิธีป้องกันตัวก่อนโอนเงิน

กลโกง “คนขายรถ + บริษัทขนส่ง” ทำงานอย่างไร?

รูปแบบการหลอกลวงอาจแตกต่างกันไป แต่โดยทั่วไปมักเริ่มต้นจากการประกาศขายรถในราคาที่น่าสนใจ

ตัวอย่างเช่น

“Honda PCX สภาพสวย ราคา 35,000 บาท เจ้าของขายเอง อยู่ต่างจังหวัด”

เมื่อผู้ซื้อทักไปสอบถาม ผู้ขายอาจแจ้งว่ารถอยู่คนละจังหวัดและไม่สะดวกให้มาดูรถ จากนั้นจะเสนอว่า

“ไม่ต้องมาดูรถก็ได้ครับ เดี๋ยวให้บริษัทขนส่งจัดการให้”

เมื่อผู้ซื้อเริ่มสนใจ คนร้ายอาจสร้างตัวละครหรือบัญชีอีกบัญชีหนึ่งขึ้นมา โดยอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่บริษัทขนส่ง

จากนั้นจะมีการพูดคุยกับผู้ซื้อเพื่อสร้างความมั่นใจ เช่น

  • แจ้งว่าบริษัทรับส่งรถจริง
  • ส่งใบเสนอราคา
  • แจ้งค่าขนส่ง
  • ส่งเลขบัญชี
  • ส่งรูปสำนักงานหรือรถขนส่ง
  • ส่งโลโก้บริษัท
  • ส่งใบรับงาน
  • แจ้งว่าต้องวางมัดจำก่อน
  • อ้างว่าต้องชำระค่าประกันก่อนจัดส่ง
  • อ้างว่าต้องโอนค่าดำเนินการเพื่อเปิดงาน

เมื่อผู้ซื้อโอนเงินแล้ว คนขายอาจหายไป หรืออาจสร้างค่าใช้จ่ายใหม่ขึ้นมาอีกเรื่อย ๆ

สุดท้ายผู้ซื้ออาจเสียเงินทั้ง ค่ามัดจำรถและค่าขนส่ง โดยไม่มีรถอยู่จริง


ทำไมมิจฉาชีพต้องอ้างว่าเป็นบริษัทขนส่ง?

เหตุผลสำคัญคือการสร้าง ความน่าเชื่อถือ

ผู้ซื้อบางคนอาจรู้สึกไม่มั่นใจเมื่อซื้อรถจากคนแปลกหน้าที่อยู่ต่างจังหวัด แต่มิจฉาชีพจะพยายามทำให้รู้สึกว่า

“มีบริษัทขนส่งเป็นคนกลาง จึงไม่น่าจะโกง”

นี่เป็นจุดที่ผู้ซื้อควรระวังอย่างมาก

เพราะการที่คนขายอ้างว่า “มีบริษัทขนส่งรับรถ” ไม่ได้หมายความว่าบริษัทนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับการซื้อขายจริง

มิจฉาชีพสามารถนำชื่อหรือโลโก้ของบริษัทขนส่งไปใช้สร้างความน่าเชื่อถือได้

ดังนั้น สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่เพียงการดูว่าเอกสารดูจริงหรือไม่ แต่ต้อง ตรวจสอบกับบริษัทโดยตรง


รูปแบบที่พบบ่อย: หลอกให้โอน “มัดจำรถ”

มิจฉาชีพอาจบอกผู้ซื้อว่า

“มีคนอื่นกำลังจะโอนครับ ถ้าสนใจให้โอนมัดจำไว้ก่อน”

โดยอาจเรียกเงินตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักหมื่นบาท ขึ้นอยู่กับราคาของรถ

เมื่อผู้ซื้อโอนแล้ว อาจพบว่าคนขายมีเหตุผลใหม่ เช่น

  • ต้องจ่ายค่าขนส่ง
  • ต้องจ่ายค่าประกัน
  • ต้องจ่ายค่ามัดจำรถขนส่ง
  • ต้องจ่ายค่าดำเนินการ
  • ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเปลี่ยนชื่อ
  • ต้องจ่ายค่าปลดล็อกการขนส่ง
  • ต้องจ่ายเงินเพิ่มเพื่อยืนยันตัวตน

จากนั้นจะพยายามให้ผู้ซื้อโอนเงินเพิ่มอีก

อย่าหลงคิดว่า “โอนไปอีกนิดเดียวก็จบ”

เพราะกลโกงลักษณะนี้อาจทำให้ผู้เสียหายโอนเงินเพิ่มหลายครั้ง


ระวัง “บริษัทขนส่งปลอม”

อีกวิธีหนึ่งที่ควรระวังคือ มิจฉาชีพอาจสร้างบัญชี Facebook หรือ LINE ที่ใช้ชื่อคล้ายบริษัทขนส่งจริง

ตัวอย่างเช่น

ชื่อบริษัทจริง: Dinomove

มิจฉาชีพอาจสร้างชื่อที่คล้ายกัน เช่น

  • Dino Move Transport
  • Dinomove Express
  • Dino Move Thailand
  • Dinomove Shipping
  • ชื่ออื่นที่ทำให้เข้าใจว่าเกี่ยวข้องกับบริษัทจริง

รวมถึงการนำโลโก้ รูปภาพรถ หรือรูปภาพจากเว็บไซต์ของบริษัทจริงไปใช้

ผู้ซื้อจึงไม่ควรตรวจสอบเพียงจากชื่อบัญชีหรือโลโก้


วิธีตรวจสอบว่าบริษัทขนส่งเกี่ยวข้องกับงานจริงหรือไม่

หากคนขายอ้างว่าใช้บริษัทขนส่งแห่งใด ให้ผู้ซื้อ หยุดการโอนเงินก่อน แล้วตรวจสอบบริษัทด้วยตัวเอง

อย่าติดต่อผ่านช่องทางที่คนขายส่งมาให้เพียงอย่างเดียว

ให้ค้นหาชื่อบริษัทด้วยตัวเอง และเข้าเว็บไซต์หรือช่องทางทางการของบริษัท จากนั้นติดต่อบริษัทโดยตรง

สอบถามว่า

“มีงานขนส่งรถมอเตอร์ไซค์จากผู้ขายรายนี้จริงหรือไม่?”

สามารถแจ้งข้อมูล เช่น

  • ชื่อผู้ส่ง
  • ชื่อผู้รับ
  • จุดรับรถ
  • จุดส่งรถ
  • รุ่นรถ
  • ทะเบียนรถ
  • เลขตัวถัง หากมี
  • วันที่ต้องการจัดส่ง
  • เลขใบเสนอราคา
  • ชื่อบัญชีที่ให้โอนเงิน

แล้วให้บริษัทตรวจสอบว่า มีรายการดังกล่าวจริงหรือไม่

หากบริษัทตอบว่าไม่พบข้อมูลดังกล่าว

อย่าโอนเงิน


อย่าเชื่อเพียง “ใบเสนอราคา”

มิจฉาชีพสามารถทำเอกสารปลอมได้ง่ายขึ้นมากในปัจจุบัน

เอกสารอาจมี

  • โลโก้บริษัท
  • ชื่อบริษัท
  • ที่อยู่
  • เบอร์โทรศัพท์
  • เลขที่เอกสาร
  • รายละเอียดรถ
  • ค่าขนส่ง
  • ลายเซ็น
  • QR Code
  • เลขบัญชี

เอกสารที่ดูเป็นมืออาชีพจึงไม่ได้เป็นหลักฐานว่าบริษัทนั้นรับงานจริง

สิ่งที่สำคัญกว่าคือการตรวจสอบกับบริษัทโดยตรง


ระวังบัญชีธนาคารที่ไม่ตรงกับบริษัท

อีกจุดหนึ่งที่ควรตรวจสอบคือ ชื่อบัญชีปลายทาง

หากอ้างว่าเป็นบริษัท แต่ให้โอนเงินเข้าบัญชีบุคคลธรรมดา หรือบัญชีที่ชื่อไม่เกี่ยวข้องกับบริษัท ควรตั้งข้อสงสัยทันที

ตัวอย่างเช่น

บริษัทที่อ้างว่ารับขนส่งชื่อหนึ่ง แต่บัญชีที่ให้โอนเป็นชื่อบุคคลอีกคนหนึ่งโดยไม่มีคำอธิบายที่ตรวจสอบได้

ไม่ได้หมายความว่าทุกกรณีจะเป็นการโกง แต่เป็น สัญญาณที่ควรตรวจสอบเพิ่มเติมก่อนโอนเงิน


อย่าให้คนขายเร่งตัดสินใจ

หนึ่งในเทคนิคที่มิจฉาชีพใช้บ่อยคือ สร้างความเร่งรีบ

เช่น

“มีคนรอโอนแล้ว”

“ถ้าไม่โอนภายใน 10 นาทีจะขายให้คนอื่น”

“รถราคานี้มีคันเดียว”

“บริษัทขนส่งกำลังจะเข้ารับ ถ้าไม่โอนจะยกเลิกงาน”

“ต้องโอนตอนนี้เพื่อจองคิวรถ”

การสร้างแรงกดดันทำให้ผู้ซื้อไม่มีเวลาตรวจสอบข้อมูล

หากเป็นการซื้อรถมอเตอร์ไซค์มือสองที่มีมูลค่าหลายหมื่นบาท การใช้เวลาเพิ่มอีกไม่กี่นาทีเพื่อตรวจสอบอาจช่วยลดความเสี่ยงได้มาก


วิธีตรวจสอบรถก่อนจ่ายเงิน

นอกจากตรวจสอบบริษัทขนส่งแล้ว ผู้ซื้อควรตรวจสอบ ตัวรถและเอกสาร ด้วย

ควรขอ

1. รูปตัวรถหลายมุม

อย่าดูเพียงรูปเดียว

ขอรูปด้านหน้า ด้านหลัง ด้านซ้าย ด้านขวา เครื่องยนต์ เลขตัวถัง และรายละเอียดต่าง ๆ

2. วิดีโอรถ

ขอวิดีโอที่ถ่ายใหม่ โดยให้ผู้ขายทำสิ่งที่กำหนด เช่น

“ช่วยถ่ายวิดีโอรถพร้อมกระดาษเขียนชื่อผมและวันที่วันนี้ให้ดูหน่อยครับ”

วิธีนี้ช่วยตรวจสอบได้ระดับหนึ่งว่าผู้ขายมีรถอยู่จริง

3. เลขตัวถัง

ตรวจสอบว่าเลขตัวถังตรงกับเอกสารหรือไม่

4. เล่มทะเบียน

ตรวจสอบชื่อผู้ครอบครอง รายละเอียดรถ และข้อมูลสำคัญอื่น ๆ

5. นัดดูรถจริง

วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือ ดูรถจริงก่อนชำระเงิน

หากไม่สามารถเดินทางไปดูรถได้ อาจให้คนรู้จักหรือช่างในพื้นที่ช่วยตรวจสอบ


ถ้าซื้อรถต่างจังหวัด ต้องระวังอะไร?

การซื้อรถจากต่างจังหวัดไม่ได้หมายความว่าจะเป็นการโกง แต่ความเสี่ยงจะสูงขึ้นหากผู้ซื้อไม่สามารถตรวจสอบรถด้วยตัวเอง

หากผู้ขายบอกว่า

“รถอยู่ต่างจังหวัด แต่มีบริษัทขนส่งดูแลให้ทั้งหมด”

อย่าเพิ่งโอนเงิน

ให้แยกการตรวจสอบออกเป็น 2 ส่วน

ส่วนที่ 1 — ตรวจสอบผู้ขายและรถ

ส่วนที่ 2 — ตรวจสอบบริษัทขนส่ง

ทั้งสองส่วนต้องสามารถตรวจสอบได้อย่างเป็นอิสระ


บริษัทขนส่งไม่ควรเป็นข้ออ้างให้ผู้ซื้อโอนเงิน

ผู้ซื้อควรเข้าใจว่า บริษัทขนส่งมีหน้าที่ขนส่ง ไม่ใช่หลักฐานยืนยันว่ารถที่ขายนั้นมีอยู่จริงหรือผู้ขายเป็นเจ้าของรถจริง

ดังนั้น ต่อให้คนขายส่งข้อมูลบริษัทขนส่งมาให้ครบ ก็ยังต้องตรวจสอบรถและผู้ขายแยกต่างหาก

อย่าคิดว่า

“มีบริษัทขนส่ง = ปลอดภัย 100%”

เพราะมิจฉาชีพสามารถแอบอ้างชื่อบริษัทขนส่งได้


7 สัญญาณอันตรายที่ควรหยุดโอนเงิน

หากพบหลายข้อพร้อมกัน ควรหยุดการซื้อขายและตรวจสอบเพิ่มเติม

  1. รถราคาถูกกว่าตลาดอย่างผิดปกติ
  2. ผู้ขายไม่ยอมให้ดูรถ
  3. ผู้ขายอยู่ต่างจังหวัดและมีข้ออ้างไม่ให้ตรวจรถ
  4. เร่งให้โอนมัดจำ
  5. อ้างว่ามีบริษัทขนส่งมารับรถ
  6. ส่งเอกสารบริษัทหรือใบเสนอราคาที่ตรวจสอบไม่ได้
  7. ให้โอนเงินเข้าบัญชีบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง

หากมีข้อสงสัย อย่าโอนเงินเพียงเพราะกลัวรถหลุดมือ

รถมือสองมีให้เลือกอีกมาก แต่เงินที่โอนไปแล้วอาจนำกลับมาได้ยาก


หากต้องใช้บริษัทขนส่ง ควรทำอย่างไร?

หากผู้ซื้อและผู้ขายอยู่คนละจังหวัด และจำเป็นต้องใช้บริการขนส่งรถมอเตอร์ไซค์ ให้ดำเนินการอย่างเป็นระบบ

ขั้นตอนที่ 1

ตกลงรายละเอียดรถกับผู้ขายก่อน

ขั้นตอนที่ 2

ตรวจสอบรถและเอกสาร

ขั้นตอนที่ 3

เลือกบริษัทขนส่งด้วยตัวเอง หรือยืนยันว่าบริษัทที่ผู้ขายอ้างถึงมีตัวตนจริง

ขั้นตอนที่ 4

ติดต่อบริษัทผ่านช่องทางทางการ

ขั้นตอนที่ 5

แจ้งรายละเอียดงานกับบริษัทโดยตรง

ขั้นตอนที่ 6

ตรวจสอบชื่อบัญชีและรายละเอียดการชำระเงิน

ขั้นตอนที่ 7

เก็บหลักฐานการสนทนาและการชำระเงินทั้งหมด

การแยกขั้นตอนเหล่านี้ออกจากกัน จะช่วยลดโอกาสที่มิจฉาชีพจะใช้ “บริษัทขนส่งปลอม” เป็นเครื่องมือหลอกเงิน


อย่าหลงเชื่อ “แชตปลอม”

มิจฉาชีพอาจสร้างภาพหน้าจอแชตปลอมเพื่อให้ผู้ซื้อเห็นเหมือนว่าบริษัทขนส่งกำลังพูดคุยกับคนขาย

เช่น

“บริษัทแจ้งว่าสามารถรับรถได้พรุ่งนี้ครับ”

หรือ

“เจ้าหน้าที่แจ้งว่าต้องชำระค่ามัดจำก่อนครับ”

ภาพแชตดังกล่าวสามารถสร้างขึ้นได้

ดังนั้น หากต้องการตรวจสอบ ให้ ติดต่อบริษัทด้วยช่องทางที่ค้นหาด้วยตัวเอง อย่าใช้ข้อมูลติดต่อที่มิจฉาชีพเป็นผู้ให้มาเพียงอย่างเดียว


หากสงสัยว่ากำลังถูกหลอก ควรทำอย่างไร?

หากยังไม่ได้โอนเงิน

หยุดก่อน

อย่าโอนเงินเพิ่มเติมจนกว่าจะตรวจสอบข้อมูลทั้งหมด

เก็บหลักฐาน เช่น

  • โปรไฟล์ Facebook
  • URL โปรไฟล์
  • URL ประกาศขาย
  • LINE ID
  • เบอร์โทรศัพท์
  • เลขบัญชีธนาคาร
  • ชื่อบัญชี
  • รูปรถ
  • รูปเอกสาร
  • ใบเสนอราคา
  • ข้อความสนทนา
  • หลักฐานการโอน

หากโอนเงินไปแล้วและสงสัยว่าเป็นการหลอกลวง ควรรีบติดต่อธนาคารเพื่อสอบถามแนวทางระงับหรือดำเนินการกับธุรกรรม และแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว


สรุป: ซื้อรถมือสอง อย่าให้ “บริษัทขนส่ง” กลายเป็นเครื่องมือของมิจฉาชีพ

การซื้อรถมอเตอร์ไซค์มือสองออนไลน์ไม่ได้หมายความว่าจะอันตรายเสมอไป แต่ผู้ซื้อควรตรวจสอบข้อมูลก่อนโอนเงินทุกครั้ง

โดยเฉพาะกรณีที่ผู้ขายบอกว่า

“รถอยู่ต่างจังหวัด เดี๋ยวบริษัทขนส่งจัดการให้”

อย่าเพิ่งเชื่อเพียงเพราะมีชื่อบริษัท โลโก้ ใบเสนอราคา หรือบัญชี LINE ที่ดูน่าเชื่อถือ

ให้ตรวจสอบ ผู้ขาย → รถ → เอกสาร → บริษัทขนส่ง → บัญชีรับเงิน แยกจากกัน

และจำหลักง่าย ๆ ไว้ว่า

“ตรวจสอบบริษัทขนส่งกับบริษัทโดยตรง อย่าเชื่อเพียงชื่อ โลโก้ หรือเอกสารที่ผู้ขายส่งมา”

หากตรวจสอบไม่ได้อย่าโอนเงิน เพราะการเสียโอกาสซื้อรถหนึ่งคัน ยังดีกว่าการเสียเงินให้มิจฉาชีพแล้วไม่ได้รถกลับมาเลย

Dinomove ขอเป็นส่วนหนึ่งในการให้ความรู้เรื่องการขนส่งรถมอเตอร์ไซค์ และช่วยให้ผู้ซื้อรถมือสองรู้เท่าทันกลโกงก่อนตัดสินใจโอนเงิน


24/08/2026
Dinomove-Motorcycle-Transport-1200x675.jpeg

ซื้อ–ขายมอเตอร์ไซค์ เก็บเงินปลายทาง กับ Dinomove

การซื้อ–ขายมอเตอร์ไซค์ระหว่างจังหวัดอาจทำให้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายมีความกังวล โดยเฉพาะกรณีที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ผู้ซื้ออาจไม่มั่นใจว่าจะได้รับรถตรงตามที่ตกลงหรือไม่ ขณะที่ผู้ขายก็อาจกังวลเรื่องการส่งรถไปแล้วจะได้รับเงินหรือไม่

Dinomove จึงมีบริการช่วยประสานงานการซื้อ–ขายและขนส่งมอเตอร์ไซค์ เพื่อให้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายสามารถซื้อขายรถระหว่างจังหวัดได้สะดวกและเป็นระบบมากขึ้น

หลักสำคัญของบริการคือ ผู้ซื้อและผู้ขายชำระค่ารถให้กันโดยตรง โดย Dinomove ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานและผู้ให้บริการขนส่ง ช่วยดูแลขั้นตอนต่าง ๆ ตามขอบเขตและเงื่อนไขของบริการ

ซื้อ–ขายมอเตอร์ไซค์ เก็บเงินปลายทาง กับ Dinomove
ซื้อ–ขายมอเตอร์ไซค์ เก็บเงินปลายทาง กับ Dinomove

ซื้อขายรถอย่างไรให้ทั้งสองฝ่ายสบายใจ?

แนวทางของ Dinomove คือการแยก “ราคามอเตอร์ไซค์” ออกจาก “ค่าขนส่ง” อย่างชัดเจน

ราคาที่ผู้ซื้อและผู้ขายตกลงกัน คือราคาของรถโดยตรง ส่วนค่าขนส่งเป็นค่าใช้บริการของ Dinomove และเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย ผู้ซื้อและผู้ขายร่วมกันรับผิดชอบค่าขนส่งคนละครึ่ง

ตัวอย่างเช่น

ราคามอเตอร์ไซค์ 80,000 บาท
ค่าขนส่ง 4,000 บาท

ผู้ซื้อและผู้ขายรับผิดชอบค่าขนส่งฝ่ายละ 2,000 บาท

ส่วนเงินค่ารถจำนวน 80,000 บาท ผู้ซื้อจะชำระให้ผู้ขายโดยตรงตามขั้นตอนของการซื้อ–ขาย

ค่ารถไม่รวมกับค่าขนส่ง

การแยกค่าใช้จ่ายออกจากกันช่วยให้ทุกฝ่ายเห็นตัวเลขอย่างชัดเจน ลดความเข้าใจผิด และทำให้ทราบว่าจำนวนเงินส่วนใดเป็นค่ารถ และจำนวนเงินส่วนใดเป็นค่าขนส่ง


ขั้นตอนบริการซื้อ–ขายมอเตอร์ไซค์กับ Dinomove

1. Dinomove สร้างกลุ่ม LINE

เมื่อผู้ซื้อและผู้ขายตกลงที่จะใช้บริการ Dinomove ทางทีมงานจะสร้าง กลุ่ม LINE สำหรับรายการซื้อ–ขาย โดยมีผู้ซื้อ ผู้ขาย และ Dinomove อยู่ในกลุ่มเดียวกัน

การทำงานผ่านกลุ่มเดียวกันช่วยให้ทุกฝ่ายรับทราบข้อมูลและการนัดหมายร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดรถ ราคาซื้อขาย ค่าขนส่ง วันรับรถ และสถานที่จัดส่ง

ช่วยให้การประสานงานมีความชัดเจนและลดปัญหาการสื่อสารที่คลาดเคลื่อน


2. ผู้ซื้อและผู้ขายตกลงราคารถและรายละเอียดการซื้อขาย

ผู้ซื้อและผู้ขายเป็นผู้ตกลงรายละเอียดการซื้อขายกันโดยตรง เช่น

  • ราคามอเตอร์ไซค์
  • รุ่นและรายละเอียดรถ
  • เงื่อนไขการซื้อขาย
  • สถานที่รับรถ
  • สถานที่ส่งรถ
  • วันและเวลาที่ต้องการให้ดำเนินการ

เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันได้แล้ว Dinomove จะช่วยประสานงานเพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการจองบริการขนส่ง

Dinomove ไม่ใช่ผู้กำหนดราคาซื้อขายรถ ราคามอเตอร์ไซค์เป็นข้อตกลงโดยตรงระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย


3. ผู้ซื้อและผู้ขายร่วมกันออกค่าขนส่งคนละครึ่ง เพื่อจองบริการ

เพื่อช่วยป้องกันการยกเลิกซื้อ–ขายหลังจากตกลงกันแล้ว ผู้ซื้อและผู้ขายต้องร่วมกันชำระค่าขนส่งคนละครึ่งตามเงื่อนไขของบริการ

ค่าขนส่งส่วนนี้ถือเป็น การยืนยันและจองบริการขนส่งกับ Dinomove

ตัวอย่างเช่น

ค่าขนส่งทั้งหมด 4,000 บาท

ผู้ซื้อชำระ 2,000 บาท
ผู้ขายชำระ 2,000 บาท

รวมเป็นค่าขนส่ง 4,000 บาท

การให้ทั้งสองฝ่ายร่วมออกค่าขนส่งคนละครึ่ง ทำให้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายมีส่วนร่วมในการยืนยันรายการ และช่วยลดปัญหาการตกลงซื้อขายแล้วฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเปลี่ยนใจในภายหลัง

ค่าขนส่งเป็นค่าขนส่ง ไม่ใช่เงินค่ารถ และไม่นำไปรวมกับราคามอเตอร์ไซค์


4. Dinomove เข้ารับรถและตรวจสอบสภาพก่อนขนส่ง

เมื่อได้รับการยืนยันบริการแล้ว Dinomove จะเข้ารับรถตามวัน เวลา และสถานที่ที่ตกลงกัน

ก่อนนำรถออกเดินทาง Dinomove จะตรวจสอบและบันทึกสภาพรถตามขอบเขตของบริการ เช่น

  • สภาพภายนอกของรถ
  • รอยขีดข่วนหรือความเสียหายที่มองเห็นได้
  • อุปกรณ์ที่ส่งมอบพร้อมรถ
  • ข้อมูลรถที่เกี่ยวข้อง
  • ภาพถ่ายสภาพรถก่อนการขนส่ง

ข้อมูลและภาพถ่ายเหล่านี้ช่วยให้มีหลักฐานประกอบการส่งมอบรถ และช่วยให้ผู้ซื้อสามารถเปรียบเทียบสภาพรถเมื่อถึงปลายทางได้ง่ายขึ้น


5. Dinomove ขนส่งรถถึงปลายทาง

หลังจากรับรถเรียบร้อยแล้ว Dinomove จะดำเนินการขนส่งมอเตอร์ไซค์ไปยังสถานที่ปลายทางตามที่ตกลงกันไว้

เมื่อรถถึงปลายทาง Dinomove จะแจ้งผู้ซื้อเพื่อดำเนินการตรวจสอบรถ


6. ผู้ซื้อตรวจสอบรถก่อนชำระเงินค่ารถ

เมื่อรถถึงมือผู้ซื้อ ผู้ซื้อสามารถตรวจสอบสภาพรถก่อนชำระเงินค่ารถให้ผู้ขายโดยตรง

ผู้ซื้อควรตรวจสอบรายละเอียดต่าง ๆ ที่ได้ตกลงกับผู้ขายไว้ เช่น รุ่น สี อุปกรณ์ และสภาพโดยรวมของรถ

เมื่อผู้ซื้อพอใจและยืนยันการรับรถแล้ว จึงดำเนินการ ชำระเงินค่ารถให้ผู้ขายโดยตรง

Dinomove ไม่ได้รับเงินค่ารถแทนผู้ซื้อหรือผู้ขาย


7. ผู้ขายได้รับเงินและ Dinomove ส่งมอบรถ

เมื่อผู้ซื้อชำระเงินค่ารถให้ผู้ขายโดยตรง และผู้ขายยืนยันการได้รับเงินแล้ว Dinomove จึงดำเนินการส่งมอบรถให้ผู้ซื้อ

เมื่อรถถูกส่งมอบเรียบร้อยแล้ว ถือเป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการให้บริการ


ทำไมต้องแยกค่ารถกับค่าขนส่ง?

Dinomove แนะนำให้ผู้ซื้อและผู้ขายแยกเงินออกเป็น 2 ส่วนอย่างชัดเจน

1. ราคามอเตอร์ไซค์

เป็นเงินที่ผู้ซื้อและผู้ขายตกลงกันโดยตรง

ผู้ซื้อ → ผู้ขาย

2. ค่าขนส่ง

เป็นค่าใช้บริการขนส่งของ Dinomove โดยผู้ซื้อและผู้ขาย ร่วมกันรับผิดชอบคนละครึ่ง

ผู้ซื้อ + ผู้ขาย → ค่าขนส่ง Dinomove

การแยกเงินทั้งสองส่วนออกจากกัน ทำให้การซื้อขายมีความชัดเจน และลดโอกาสเกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับจำนวนเงินที่ต้องชำระ


Dinomove ทำหน้าที่อะไร?

Dinomove ทำหน้าที่เป็น ผู้ประสานงานและผู้ให้บริการขนส่ง ช่วยให้กระบวนการซื้อ–ขายดำเนินไปตามขั้นตอนที่กำหนด

หน้าที่ของ Dinomove ได้แก่

  • สร้างกลุ่ม LINE สำหรับผู้ซื้อ ผู้ขาย และ Dinomove
  • ช่วยประสานงานระหว่างทั้งสองฝ่าย
  • ประสานรายละเอียดการรับและส่งรถ
  • รับรถจากผู้ขาย
  • ตรวจสอบและบันทึกสภาพรถก่อนขนส่ง
  • ขนส่งรถไปยังผู้ซื้อ
  • ประสานงานการตรวจสอบรถเมื่อถึงปลายทาง
  • ส่งมอบรถหลังจากกระบวนการชำระเงินระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายเสร็จสิ้น

Dinomove ไม่ได้รับเงินค่ารถแทนผู้ซื้อหรือผู้ขาย

การชำระเงินค่ารถเป็นการชำระ โดยตรงระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย


ไม่มีค่าดำเนินการเพิ่มเติม

สำหรับบริการช่วยประสานงานการซื้อ–ขายนี้ Dinomove ไม่มีค่าดำเนินการเพิ่มเติม นอกเหนือจากค่าขนส่งที่ตกลงกัน

ผู้ซื้อและผู้ขายจึงไม่ต้องจ่ายค่าบริการคนกลางเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม หากมีการยืนยันรายการและชำระค่าขนส่งเพื่อจองบริการแล้ว แต่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ยกเลิกการซื้อ–ขายโดยไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด Dinomove ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่คืนเงินค่าจองบริการในส่วนที่ชำระแล้ว เพื่อเป็นค่าดำเนินการและค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการเตรียมงาน การประสานงาน และการสำรองการขนส่ง

เงื่อนไขดังกล่าวจะแจ้งให้ผู้ซื้อและผู้ขายทราบก่อนยืนยันการใช้บริการ


สรุปขั้นตอนแบบเข้าใจง่าย

ผู้ซื้อ + ผู้ขายตกลงซื้อขาย

Dinomove สร้างกลุ่ม LINE

ตกลงราคามอเตอร์ไซค์และค่าขนส่ง

ผู้ซื้อ + ผู้ขาย ออกค่าขนส่งคนละครึ่งเพื่อจองบริการ

Dinomove เข้ารับรถ

ตรวจสอบและบันทึกสภาพรถก่อนขนส่ง

Dinomove ขนส่งรถถึงผู้ซื้อ

ผู้ซื้อตรวจสอบรถ

ผู้ซื้อชำระค่ารถให้ผู้ขายโดยตรง

ผู้ขายยืนยันได้รับเงิน

Dinomove ส่งมอบรถให้ผู้ซื้อ

✅ เสร็จสิ้นการซื้อ–ขายและการขนส่ง


ซื้อรถต่างจังหวัด ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปรับเอง

การซื้อ–ขายมอเตอร์ไซค์ระหว่างจังหวัดไม่จำเป็นต้องทำให้ผู้ซื้อและผู้ขายต้องเดินทางมาเจอกันด้วยตัวเองเสมอไป

Dinomove ช่วยจัดการด้านการประสานงานและการขนส่ง ตั้งแต่รับรถจากผู้ขายจนถึงส่งมอบให้ผู้ซื้อ

ผู้ซื้อไม่ต้องเดินทางไปรับรถเอง
ผู้ขายไม่ต้องเดินทางไปส่งรถเอง
ค่ารถชำระกันโดยตรง
ค่าขนส่งแบ่งรับผิดชอบคนละครึ่ง
มี Dinomove ช่วยประสานงานตลอดกระบวนการ

Dinomove

ทำให้บริการซื้อ–ขายมอเตอร์ไซค์ระหว่างจังหวัด ให้เป็นเรื่องง่ายขึ้น

Dinomove – ขนส่งทุกสิ่ง ด้วยใจ และ พลัง!


ส่งรถมอเตอร์ไซค์ เก็บเงินค่าขนส่งปลายทาง
ส่งรถมอเตอร์ไซค์ เก็บเงินค่าขนส่งปลายทาง

กรณียกเลิกการซื้อ–ขายและค่าขนส่งรถกลับ

หากรถถูกส่งถึงปลายทางแล้วเกิดการยกเลิกการซื้อ–ขาย และจำเป็นต้องขนส่งรถกลับไปยังผู้ขาย Dinomove จะพิจารณาความรับผิดชอบตามสาเหตุของการยกเลิก เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย

1. ผู้ซื้อเปลี่ยนใจหรือปฏิเสธรับรถโดยไม่มีเหตุจากตัวรถ

หากรถมีรายละเอียดและสภาพตรงตามที่ผู้ซื้อและผู้ขายตกลงกันไว้ แต่ผู้ซื้อเปลี่ยนใจหรือปฏิเสธรับรถโดยไม่มีเหตุอันเกิดจากตัวรถ

ผู้ซื้อเป็นผู้รับผิดชอบค่าขนส่งรถกลับทั้งหมด รวมถึงค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเพิ่มเติมจากการยกเลิก เช่น ค่าเก็บรักษารถ หากมี

และ Dinomove ขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนค่าจองบริการที่ผู้ซื้อชำระไว้แล้ว

2. ผู้ขายแจ้งข้อมูลรถไม่ตรงกับความเป็นจริง

หากผู้ซื้อปฏิเสธรับรถเนื่องจากพบว่า รถมีรายละเอียดสำคัญหรือสภาพไม่ตรงกับข้อมูลที่ผู้ขายแจ้งและตกลงกันไว้ก่อนเริ่มบริการ

ในกรณีนี้ ผู้ขายเป็นผู้รับผิดชอบค่าขนส่งรถกลับ รวมถึงค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการส่งรถกลับตามจริง

โดย Dinomove จะตรวจสอบข้อมูลและหลักฐาน เช่น ข้อมูลการตกลงซื้อขาย ภาพถ่ายก่อนรับรถ และสภาพรถ ณ จุดส่งมอบ เพื่อประกอบการพิจารณา

3. ยกเลิกโดยความผิดของ Dinomove

หากการยกเลิกเกิดจากความผิดหรือความบกพร่องของ Dinomove เอง Dinomove จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการแก้ไขหรือขนส่งกลับตามความเหมาะสมและตามเงื่อนไขบริการ

4. ทั้งสองฝ่ายตกลงยกเลิกโดยไม่มีฝ่ายใดเป็นผู้ผิด

หากผู้ซื้อและผู้ขาย ตกลงยกเลิกการซื้อ–ขายร่วมกัน โดยไม่สามารถระบุได้ว่าฝ่ายใดเป็นผู้ผิด ทั้งสองฝ่ายสามารถตกลงกันเรื่องค่าขนส่งรถกลับได้

หากตกลงกันไม่ได้ Dinomove จะพิจารณาตามเงื่อนไขที่แจ้งไว้ก่อนเริ่มบริการและหลักฐานของรายการซื้อ–ขาย


หลักการสำคัญ

ใครเป็นเหตุให้การซื้อ–ขายต้องยกเลิก → ฝ่ายนั้นรับผิดชอบค่าขนส่งรถกลับ

เพื่อความชัดเจน Dinomove จะบันทึกสภาพรถก่อนรับรถ และบันทึกสภาพรถเมื่อถึงปลายทาง เพื่อให้มีข้อมูลประกอบการพิจารณาหากเกิดข้อโต้แย้ง

หมายเหตุ: Dinomove ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานและผู้ให้บริการขนส่ง ไม่ใช่ผู้ตัดสินข้อพิพาทระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย หากมีข้อโต้แย้ง ทั้งสองฝ่ายควรพยายามตกลงกันโดยอาศัยข้อมูลและหลักฐานที่มี


ติดต่อและติดตามเรา (Contact & Social)