30/08/2026
Motorcycle-Transport-1-1200x442.jpeg

รู้ทันกลโกงมิจฉาชีพขายรถมอเตอร์ไซค์มือสอง หลอกให้โอนมัดจำโดยอ้างเป็นบริษัทขนส่ง

การซื้อรถมอเตอร์ไซค์มือสองผ่าน Facebook Marketplace กลุ่มซื้อขายรถ หรือแพลตฟอร์มออนไลน์ เป็นช่องทางที่สะดวกและมีรถให้เลือกจำนวนมาก แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นช่องทางที่มิจฉาชีพใช้หลอกผู้ซื้อได้ง่ายเช่นกัน

หนึ่งในกลโกงที่น่ากังวลคือ การหลอกขายรถมอเตอร์ไซค์มือสอง แล้วสร้างเรื่องให้ผู้ซื้อเชื่อว่ามีบริษัทขนส่งเข้ามาเกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ ก่อนหลอกให้โอนเงินมัดจำ ค่าขนส่ง ค่าประกัน หรือค่าดำเนินการต่าง ๆ

บางกรณีมิจฉาชีพอาจอ้างชื่อบริษัทขนส่งจริง ใช้โลโก้ รูปภาพ ใบเสนอราคา หรือเอกสารที่ดูเหมือนเป็นของบริษัท เพื่อทำให้ผู้ซื้อคิดว่าการซื้อขายมีบุคคลที่สามคอยดูแล ทั้งที่จริงแล้วบริษัทขนส่งดังกล่าวไม่ได้เกี่ยวข้องกับการซื้อขายเลย

บทความนี้จะพาไปรู้จักรูปแบบกลโกง วิธีสังเกต และวิธีป้องกันตัวก่อนโอนเงิน

กลโกง “คนขายรถ + บริษัทขนส่ง” ทำงานอย่างไร?

รูปแบบการหลอกลวงอาจแตกต่างกันไป แต่โดยทั่วไปมักเริ่มต้นจากการประกาศขายรถในราคาที่น่าสนใจ

ตัวอย่างเช่น

“Honda PCX สภาพสวย ราคา 35,000 บาท เจ้าของขายเอง อยู่ต่างจังหวัด”

เมื่อผู้ซื้อทักไปสอบถาม ผู้ขายอาจแจ้งว่ารถอยู่คนละจังหวัดและไม่สะดวกให้มาดูรถ จากนั้นจะเสนอว่า

“ไม่ต้องมาดูรถก็ได้ครับ เดี๋ยวให้บริษัทขนส่งจัดการให้”

เมื่อผู้ซื้อเริ่มสนใจ คนร้ายอาจสร้างตัวละครหรือบัญชีอีกบัญชีหนึ่งขึ้นมา โดยอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่บริษัทขนส่ง

จากนั้นจะมีการพูดคุยกับผู้ซื้อเพื่อสร้างความมั่นใจ เช่น

  • แจ้งว่าบริษัทรับส่งรถจริง
  • ส่งใบเสนอราคา
  • แจ้งค่าขนส่ง
  • ส่งเลขบัญชี
  • ส่งรูปสำนักงานหรือรถขนส่ง
  • ส่งโลโก้บริษัท
  • ส่งใบรับงาน
  • แจ้งว่าต้องวางมัดจำก่อน
  • อ้างว่าต้องชำระค่าประกันก่อนจัดส่ง
  • อ้างว่าต้องโอนค่าดำเนินการเพื่อเปิดงาน

เมื่อผู้ซื้อโอนเงินแล้ว คนขายอาจหายไป หรืออาจสร้างค่าใช้จ่ายใหม่ขึ้นมาอีกเรื่อย ๆ

สุดท้ายผู้ซื้ออาจเสียเงินทั้ง ค่ามัดจำรถและค่าขนส่ง โดยไม่มีรถอยู่จริง


ทำไมมิจฉาชีพต้องอ้างว่าเป็นบริษัทขนส่ง?

เหตุผลสำคัญคือการสร้าง ความน่าเชื่อถือ

ผู้ซื้อบางคนอาจรู้สึกไม่มั่นใจเมื่อซื้อรถจากคนแปลกหน้าที่อยู่ต่างจังหวัด แต่มิจฉาชีพจะพยายามทำให้รู้สึกว่า

“มีบริษัทขนส่งเป็นคนกลาง จึงไม่น่าจะโกง”

นี่เป็นจุดที่ผู้ซื้อควรระวังอย่างมาก

เพราะการที่คนขายอ้างว่า “มีบริษัทขนส่งรับรถ” ไม่ได้หมายความว่าบริษัทนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับการซื้อขายจริง

มิจฉาชีพสามารถนำชื่อหรือโลโก้ของบริษัทขนส่งไปใช้สร้างความน่าเชื่อถือได้

ดังนั้น สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่เพียงการดูว่าเอกสารดูจริงหรือไม่ แต่ต้อง ตรวจสอบกับบริษัทโดยตรง


รูปแบบที่พบบ่อย: หลอกให้โอน “มัดจำรถ”

มิจฉาชีพอาจบอกผู้ซื้อว่า

“มีคนอื่นกำลังจะโอนครับ ถ้าสนใจให้โอนมัดจำไว้ก่อน”

โดยอาจเรียกเงินตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักหมื่นบาท ขึ้นอยู่กับราคาของรถ

เมื่อผู้ซื้อโอนแล้ว อาจพบว่าคนขายมีเหตุผลใหม่ เช่น

  • ต้องจ่ายค่าขนส่ง
  • ต้องจ่ายค่าประกัน
  • ต้องจ่ายค่ามัดจำรถขนส่ง
  • ต้องจ่ายค่าดำเนินการ
  • ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเปลี่ยนชื่อ
  • ต้องจ่ายค่าปลดล็อกการขนส่ง
  • ต้องจ่ายเงินเพิ่มเพื่อยืนยันตัวตน

จากนั้นจะพยายามให้ผู้ซื้อโอนเงินเพิ่มอีก

อย่าหลงคิดว่า “โอนไปอีกนิดเดียวก็จบ”

เพราะกลโกงลักษณะนี้อาจทำให้ผู้เสียหายโอนเงินเพิ่มหลายครั้ง


ระวัง “บริษัทขนส่งปลอม”

อีกวิธีหนึ่งที่ควรระวังคือ มิจฉาชีพอาจสร้างบัญชี Facebook หรือ LINE ที่ใช้ชื่อคล้ายบริษัทขนส่งจริง

ตัวอย่างเช่น

ชื่อบริษัทจริง: Dinomove

มิจฉาชีพอาจสร้างชื่อที่คล้ายกัน เช่น

  • Dino Move Transport
  • Dinomove Express
  • Dino Move Thailand
  • Dinomove Shipping
  • ชื่ออื่นที่ทำให้เข้าใจว่าเกี่ยวข้องกับบริษัทจริง

รวมถึงการนำโลโก้ รูปภาพรถ หรือรูปภาพจากเว็บไซต์ของบริษัทจริงไปใช้

ผู้ซื้อจึงไม่ควรตรวจสอบเพียงจากชื่อบัญชีหรือโลโก้


วิธีตรวจสอบว่าบริษัทขนส่งเกี่ยวข้องกับงานจริงหรือไม่

หากคนขายอ้างว่าใช้บริษัทขนส่งแห่งใด ให้ผู้ซื้อ หยุดการโอนเงินก่อน แล้วตรวจสอบบริษัทด้วยตัวเอง

อย่าติดต่อผ่านช่องทางที่คนขายส่งมาให้เพียงอย่างเดียว

ให้ค้นหาชื่อบริษัทด้วยตัวเอง และเข้าเว็บไซต์หรือช่องทางทางการของบริษัท จากนั้นติดต่อบริษัทโดยตรง

สอบถามว่า

“มีงานขนส่งรถมอเตอร์ไซค์จากผู้ขายรายนี้จริงหรือไม่?”

สามารถแจ้งข้อมูล เช่น

  • ชื่อผู้ส่ง
  • ชื่อผู้รับ
  • จุดรับรถ
  • จุดส่งรถ
  • รุ่นรถ
  • ทะเบียนรถ
  • เลขตัวถัง หากมี
  • วันที่ต้องการจัดส่ง
  • เลขใบเสนอราคา
  • ชื่อบัญชีที่ให้โอนเงิน

แล้วให้บริษัทตรวจสอบว่า มีรายการดังกล่าวจริงหรือไม่

หากบริษัทตอบว่าไม่พบข้อมูลดังกล่าว

อย่าโอนเงิน


อย่าเชื่อเพียง “ใบเสนอราคา”

มิจฉาชีพสามารถทำเอกสารปลอมได้ง่ายขึ้นมากในปัจจุบัน

เอกสารอาจมี

  • โลโก้บริษัท
  • ชื่อบริษัท
  • ที่อยู่
  • เบอร์โทรศัพท์
  • เลขที่เอกสาร
  • รายละเอียดรถ
  • ค่าขนส่ง
  • ลายเซ็น
  • QR Code
  • เลขบัญชี

เอกสารที่ดูเป็นมืออาชีพจึงไม่ได้เป็นหลักฐานว่าบริษัทนั้นรับงานจริง

สิ่งที่สำคัญกว่าคือการตรวจสอบกับบริษัทโดยตรง


ระวังบัญชีธนาคารที่ไม่ตรงกับบริษัท

อีกจุดหนึ่งที่ควรตรวจสอบคือ ชื่อบัญชีปลายทาง

หากอ้างว่าเป็นบริษัท แต่ให้โอนเงินเข้าบัญชีบุคคลธรรมดา หรือบัญชีที่ชื่อไม่เกี่ยวข้องกับบริษัท ควรตั้งข้อสงสัยทันที

ตัวอย่างเช่น

บริษัทที่อ้างว่ารับขนส่งชื่อหนึ่ง แต่บัญชีที่ให้โอนเป็นชื่อบุคคลอีกคนหนึ่งโดยไม่มีคำอธิบายที่ตรวจสอบได้

ไม่ได้หมายความว่าทุกกรณีจะเป็นการโกง แต่เป็น สัญญาณที่ควรตรวจสอบเพิ่มเติมก่อนโอนเงิน


อย่าให้คนขายเร่งตัดสินใจ

หนึ่งในเทคนิคที่มิจฉาชีพใช้บ่อยคือ สร้างความเร่งรีบ

เช่น

“มีคนรอโอนแล้ว”

“ถ้าไม่โอนภายใน 10 นาทีจะขายให้คนอื่น”

“รถราคานี้มีคันเดียว”

“บริษัทขนส่งกำลังจะเข้ารับ ถ้าไม่โอนจะยกเลิกงาน”

“ต้องโอนตอนนี้เพื่อจองคิวรถ”

การสร้างแรงกดดันทำให้ผู้ซื้อไม่มีเวลาตรวจสอบข้อมูล

หากเป็นการซื้อรถมอเตอร์ไซค์มือสองที่มีมูลค่าหลายหมื่นบาท การใช้เวลาเพิ่มอีกไม่กี่นาทีเพื่อตรวจสอบอาจช่วยลดความเสี่ยงได้มาก


วิธีตรวจสอบรถก่อนจ่ายเงิน

นอกจากตรวจสอบบริษัทขนส่งแล้ว ผู้ซื้อควรตรวจสอบ ตัวรถและเอกสาร ด้วย

ควรขอ

1. รูปตัวรถหลายมุม

อย่าดูเพียงรูปเดียว

ขอรูปด้านหน้า ด้านหลัง ด้านซ้าย ด้านขวา เครื่องยนต์ เลขตัวถัง และรายละเอียดต่าง ๆ

2. วิดีโอรถ

ขอวิดีโอที่ถ่ายใหม่ โดยให้ผู้ขายทำสิ่งที่กำหนด เช่น

“ช่วยถ่ายวิดีโอรถพร้อมกระดาษเขียนชื่อผมและวันที่วันนี้ให้ดูหน่อยครับ”

วิธีนี้ช่วยตรวจสอบได้ระดับหนึ่งว่าผู้ขายมีรถอยู่จริง

3. เลขตัวถัง

ตรวจสอบว่าเลขตัวถังตรงกับเอกสารหรือไม่

4. เล่มทะเบียน

ตรวจสอบชื่อผู้ครอบครอง รายละเอียดรถ และข้อมูลสำคัญอื่น ๆ

5. นัดดูรถจริง

วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือ ดูรถจริงก่อนชำระเงิน

หากไม่สามารถเดินทางไปดูรถได้ อาจให้คนรู้จักหรือช่างในพื้นที่ช่วยตรวจสอบ


ถ้าซื้อรถต่างจังหวัด ต้องระวังอะไร?

การซื้อรถจากต่างจังหวัดไม่ได้หมายความว่าจะเป็นการโกง แต่ความเสี่ยงจะสูงขึ้นหากผู้ซื้อไม่สามารถตรวจสอบรถด้วยตัวเอง

หากผู้ขายบอกว่า

“รถอยู่ต่างจังหวัด แต่มีบริษัทขนส่งดูแลให้ทั้งหมด”

อย่าเพิ่งโอนเงิน

ให้แยกการตรวจสอบออกเป็น 2 ส่วน

ส่วนที่ 1 — ตรวจสอบผู้ขายและรถ

ส่วนที่ 2 — ตรวจสอบบริษัทขนส่ง

ทั้งสองส่วนต้องสามารถตรวจสอบได้อย่างเป็นอิสระ


บริษัทขนส่งไม่ควรเป็นข้ออ้างให้ผู้ซื้อโอนเงิน

ผู้ซื้อควรเข้าใจว่า บริษัทขนส่งมีหน้าที่ขนส่ง ไม่ใช่หลักฐานยืนยันว่ารถที่ขายนั้นมีอยู่จริงหรือผู้ขายเป็นเจ้าของรถจริง

ดังนั้น ต่อให้คนขายส่งข้อมูลบริษัทขนส่งมาให้ครบ ก็ยังต้องตรวจสอบรถและผู้ขายแยกต่างหาก

อย่าคิดว่า

“มีบริษัทขนส่ง = ปลอดภัย 100%”

เพราะมิจฉาชีพสามารถแอบอ้างชื่อบริษัทขนส่งได้


7 สัญญาณอันตรายที่ควรหยุดโอนเงิน

หากพบหลายข้อพร้อมกัน ควรหยุดการซื้อขายและตรวจสอบเพิ่มเติม

  1. รถราคาถูกกว่าตลาดอย่างผิดปกติ
  2. ผู้ขายไม่ยอมให้ดูรถ
  3. ผู้ขายอยู่ต่างจังหวัดและมีข้ออ้างไม่ให้ตรวจรถ
  4. เร่งให้โอนมัดจำ
  5. อ้างว่ามีบริษัทขนส่งมารับรถ
  6. ส่งเอกสารบริษัทหรือใบเสนอราคาที่ตรวจสอบไม่ได้
  7. ให้โอนเงินเข้าบัญชีบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง

หากมีข้อสงสัย อย่าโอนเงินเพียงเพราะกลัวรถหลุดมือ

รถมือสองมีให้เลือกอีกมาก แต่เงินที่โอนไปแล้วอาจนำกลับมาได้ยาก


หากต้องใช้บริษัทขนส่ง ควรทำอย่างไร?

หากผู้ซื้อและผู้ขายอยู่คนละจังหวัด และจำเป็นต้องใช้บริการขนส่งรถมอเตอร์ไซค์ ให้ดำเนินการอย่างเป็นระบบ

ขั้นตอนที่ 1

ตกลงรายละเอียดรถกับผู้ขายก่อน

ขั้นตอนที่ 2

ตรวจสอบรถและเอกสาร

ขั้นตอนที่ 3

เลือกบริษัทขนส่งด้วยตัวเอง หรือยืนยันว่าบริษัทที่ผู้ขายอ้างถึงมีตัวตนจริง

ขั้นตอนที่ 4

ติดต่อบริษัทผ่านช่องทางทางการ

ขั้นตอนที่ 5

แจ้งรายละเอียดงานกับบริษัทโดยตรง

ขั้นตอนที่ 6

ตรวจสอบชื่อบัญชีและรายละเอียดการชำระเงิน

ขั้นตอนที่ 7

เก็บหลักฐานการสนทนาและการชำระเงินทั้งหมด

การแยกขั้นตอนเหล่านี้ออกจากกัน จะช่วยลดโอกาสที่มิจฉาชีพจะใช้ “บริษัทขนส่งปลอม” เป็นเครื่องมือหลอกเงิน


อย่าหลงเชื่อ “แชตปลอม”

มิจฉาชีพอาจสร้างภาพหน้าจอแชตปลอมเพื่อให้ผู้ซื้อเห็นเหมือนว่าบริษัทขนส่งกำลังพูดคุยกับคนขาย

เช่น

“บริษัทแจ้งว่าสามารถรับรถได้พรุ่งนี้ครับ”

หรือ

“เจ้าหน้าที่แจ้งว่าต้องชำระค่ามัดจำก่อนครับ”

ภาพแชตดังกล่าวสามารถสร้างขึ้นได้

ดังนั้น หากต้องการตรวจสอบ ให้ ติดต่อบริษัทด้วยช่องทางที่ค้นหาด้วยตัวเอง อย่าใช้ข้อมูลติดต่อที่มิจฉาชีพเป็นผู้ให้มาเพียงอย่างเดียว


หากสงสัยว่ากำลังถูกหลอก ควรทำอย่างไร?

หากยังไม่ได้โอนเงิน

หยุดก่อน

อย่าโอนเงินเพิ่มเติมจนกว่าจะตรวจสอบข้อมูลทั้งหมด

เก็บหลักฐาน เช่น

  • โปรไฟล์ Facebook
  • URL โปรไฟล์
  • URL ประกาศขาย
  • LINE ID
  • เบอร์โทรศัพท์
  • เลขบัญชีธนาคาร
  • ชื่อบัญชี
  • รูปรถ
  • รูปเอกสาร
  • ใบเสนอราคา
  • ข้อความสนทนา
  • หลักฐานการโอน

หากโอนเงินไปแล้วและสงสัยว่าเป็นการหลอกลวง ควรรีบติดต่อธนาคารเพื่อสอบถามแนวทางระงับหรือดำเนินการกับธุรกรรม และแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว


สรุป: ซื้อรถมือสอง อย่าให้ “บริษัทขนส่ง” กลายเป็นเครื่องมือของมิจฉาชีพ

การซื้อรถมอเตอร์ไซค์มือสองออนไลน์ไม่ได้หมายความว่าจะอันตรายเสมอไป แต่ผู้ซื้อควรตรวจสอบข้อมูลก่อนโอนเงินทุกครั้ง

โดยเฉพาะกรณีที่ผู้ขายบอกว่า

“รถอยู่ต่างจังหวัด เดี๋ยวบริษัทขนส่งจัดการให้”

อย่าเพิ่งเชื่อเพียงเพราะมีชื่อบริษัท โลโก้ ใบเสนอราคา หรือบัญชี LINE ที่ดูน่าเชื่อถือ

ให้ตรวจสอบ ผู้ขาย → รถ → เอกสาร → บริษัทขนส่ง → บัญชีรับเงิน แยกจากกัน

และจำหลักง่าย ๆ ไว้ว่า

“ตรวจสอบบริษัทขนส่งกับบริษัทโดยตรง อย่าเชื่อเพียงชื่อ โลโก้ หรือเอกสารที่ผู้ขายส่งมา”

หากตรวจสอบไม่ได้อย่าโอนเงิน เพราะการเสียโอกาสซื้อรถหนึ่งคัน ยังดีกว่าการเสียเงินให้มิจฉาชีพแล้วไม่ได้รถกลับมาเลย

Dinomove ขอเป็นส่วนหนึ่งในการให้ความรู้เรื่องการขนส่งรถมอเตอร์ไซค์ และช่วยให้ผู้ซื้อรถมือสองรู้เท่าทันกลโกงก่อนตัดสินใจโอนเงิน


ติดต่อและติดตามเรา (Contact & Social)